Testimonials from Students and Parents

Testimonials – UK Long Term

คุณอุไร มั่นหมั่น (คุณแม่) และ คุณณัฐฐิตา มีหลักชัย (พี่สาว)

อุไร มั่นหมั่น (คุณแม่)

และ ณัฐฐิตา มีหลักชัย (พี่สาว)

ของ ณรัฐ เกิดประดิษฐ์  (ภูมิ) กำลังศึกษาอยู่ที่ St Edmund’s College Year 10

 

คุณแม่ คุณหมิว น้องภูมิ คุณพ่อ คุณหมิว น้องภูมิ

Q : คุณพ่อ/คุณแม่และน้อง ตัดสินใจยังไงถึงอยากย้ายจากออสเตรเลีย ไปเรียนที่ประเทศอังกฤษคะ

A : ก่อนอื่นต้องขอเกริ่นก่อนว่า ความตั้งใจแรกตอนที่ตัดสินใจจะส่งน้องภูมิไปเรียนต่อต่างประเทศ หลังจากจบประถมปีที่ 6 ประเทศอังกฤษก็เป็นตัวเลือกแรกที่เรามองกันไว้

เพราะเราเชื่อมั่นในระบบการศึกษาที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก และชื่นชอบวิถีชีวิต วัฒนธรรมของสังคมอังกฤษ ที่สำคัญที่สุดอยากให้น้องได้เรียนภาษาจากเจ้าของภาษาโดยตรง

แต่เนื่องจากตอนนั้นมองว่าน้องยังเล็ก ยังขาดประสบการณ์การอยู่ต่างประเทศ และกลัวเรื่องการปรับตัวว่าจะยาก เลยตัดสินใจส่งน้องไปเรียนที่ออสเตรเลียก่อน เพื่อสะสมประสบการ์ณ

ดังนั้นพอน้องจบ Year 9 แล้วจึงตัดสินใจย้ายไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษตามความตั้งใจเดิมคะ

 

 

Q : เพราะอะไรถึงไว้ใจให้ทาง CETA ช่วยดูแลเรื่องการเรียนต่อของน้องคะ

A : ที่เลือก CETA เพราะประทับใจหลายๆอย่าง ตั้งแต่การเข้ามาคุยวันแรกที่ตัดสินใจจะให้น้องไปเรียนต่ออสเตรเลีย เจ้าหน้าที่น่ารักเป็นกันเอง

มีการสอบถามความต้องการของเราว่าอยากได้โรงเรียนแบบไหน พร้อมให้คำแนะนำและข้อมูลที่จำเป็นต้องรู้ทุกทั้งก่อนเดินทางและขณะที่อาศัยอยู่ที่ออสเตรเลีย

หรือเมื่อทางเรามีข้อสงสัยอะไรหรือปัญหาที่อยากให้ช่วยเหลือ ทาง CETA ก็รีบดำเนินการให้ทันที เพราะฉะนั้นเมื่อตัดสินใจจะย้ายไปเรียนต่อที่อังกฤษ จึงยังคงไว้วางใจให้ CETA ดูแลน้องต่อไป

 

 

Q : ไม่ทราบว่า คุณพ่อ/คุณแม่ และคุณหมิว มีหลักในการพิจารณาเลือกโรงเรียนให้น้องอย่างไรคะ

A : พอตัดสินใจว่าจะย้ายไปเรียนที่อังกฤษ เราก็ได้มีการปรึกษากับ CETA ก่อนเลยว่าลูกเรามีความถนัดด้านไหน และวางแผนอนาคตว่ายังไงบ้าง และจากการพูดคุยกับทางคุณ Andrew

ซึ่งเป็น Managing Director ของ CETA ได้รับคำแนะนำโรงเรียนมา 2-3 โรงเรียนที่คิดว่าเหมาะกับความสามารถของน้อง และจุดประสงค์ในอนาคตของเรา

หลังจากนั้นเราจึงกลับมาทำการบ้านเพิ่มเติม โดยพิจารณาจากการจัดอันดับโรงเรียน สถานที่ หอพัก ชุดนักเรียน และกิจกรรมต่างๆในโรงเรียน

 

 

Q : ก่อนที่น้องจะไป น้องมีความคิดเห็นเรื่องไปเรียนต่ออย่างไรบ้างคะ

A : ส่วนตัวน้องมีความกระตือรือที่อยากที่จะไปเรียนที่อังกฤษมาก เนื่องจากชื่นชอบกีฬาฟุตบอลเป็นพิเศษ โดยเฉพาะทีมจากประเทศอังกฤษ และชอบในระบบการศึกษาของต่างประเทศมากกว่าประเทศไทย ที่ไม่เน้นแค่วิชาการอย่างเดียว แต่ยังเน้นด้านกีฬาควบคู่ไปในตัวด้วย จากประสบการณ์ที่ไปเรียนที่ออสเตรเลียมา

 

 

Q : ช่วงแรกๆที่น้องไปเรียน มีปัญหาเรื่องการปรับตัว หรือโฮมซิคบ้างหรือเปล่าคะ

A : ก็มีบ้างเป็นเรื่องปกติ เพราะต้องเปลี่ยนสถานที่และสังคมใหม่ แต่ก็สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากเคยชินกับการเปลี่ยนแปลงอยู่แล้ว นอกจากนั้นการที่น้องชอบเล่นกีฬาทำให้สามารถปรับตัวได้เร็วยิ่งขึ้น เพราะกีฬาเป็นเครื่องมือชิ้นดีในการเข้าสังคม ทำให้มีเพื่อน และการคิดถึงบ้านน้อยลง

 

 

Q : ครู และเจ้าหน้าที่โรงเรียนดูแลน้องอย่างไรบ้างคะ

A : จากการที่หมิวได้ไปส่งน้องเข้าโรงเรียนมาในวันแรกของการเปิดเทอม รู้สึกประทับใจในเจ้าหน้าที่โรงเรียนที่มีการดูแลต้อนรับน้องอย่างดี และยินดีให้ความช่วยเหลือหรือตอบคำถามที่น้องสงสัย

และจากการที่คุยกับน้องก็ได้รับการบอกว่าทางโรงเรียนดูแลดี

 

 

Q :  รู้สึกว่า คิดถูก และคุ้มค่าหรือเปล่าคะ ที่ตัดสินใจส่งน้องไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ

A : รู้สึกว่าคิดถูกและคุ้มค่าค่ะที่ส่งน้องไปเรียนที่อังกฤษ

 

 

Q : อยากฝากอะไรถึงผู้ปกครองที่กำลังสนใจที่จะส่งน้องๆไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษแต่ยังลังเลอยู่ไหมคะ

A : ก่อนที่จะตัดสินใจ อยากให้ผู้ปกครองท่านอื่นมีการศึกษาข้อมูลเยอะๆของประเทศที่จะเลือกส่งลูกของเราไปว่ามีความเหมาะสม และตรงกับความต้องการของลูกเราหรือไม่

นอกจากระบบการศึกษา ยังต้องศึกษาถึงวัฒนธรรมความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตของคนประเทศนั้นๆด้วย เพื่อเวลาน้องไปอยู่จะได้มีความสุขกับการเรียนและใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นคะ

ถ้าหากยังไม่มั่นใจ ก็แนะนำให้ส่งน้องไปซัมเมอร์ดูก่อน เพื่อเปิดโอกาสให้เขารู้จักประเทศนั้นจริงๆ ก่อนย้ายไปเรียนจริงๆคะ

 

คุณเทวินทร์ และคุณอมรรัตน์ มโนรัตนวงศ์

คุณพ่อ – เทวินทร์ มโนรัตนวงศ์ Managing Director บริษัท ศิรินเอสเตท จำกัด

คุณแม่ – อมรรัตน์ ศรีชวาลา Managing Director บริษัท ศิรินเทพ จำกัด

ขณะนี้น้อง วิชาร์ล มโนรัตนวงศ์ กำลังศึกษาอยู่ที่ Bedford School ชั้น Year12

น้องชาร์ล

ตอนที่คิดว่าจะส่งน้องชาร์ลไปเรียนก็ได้หาข้อมูลจากทางเว็บไซต์ และสอบถามจากเพื่อนที่เรียนจบจากประเทศอังกฤษ

ลองดูข้อมูลของหลายๆ โรงเรียนค่ะ และสุดท้ายก็เลือก Bedford School โดยปัจจัยหลักที่เลือกโรงเรียนนี้

เพราะดูจากผลการเรียนในด้านวิชาการแล้วค่อนข้างดี เด็กในระดับ A-Level สอบได้คะแนนสูง และเด็กสามารถเข้ามหาวิทยาลัยดีๆ

ที่ติดอันดับได้เยอะ ส่วนในด้านกีฬา โรงเรียนนี้ก็มีกิจกรรมให้เด็กได้เข้าร่วมเยอะ ซึ่งคุณแม่ชอบมากกว่าระบบการศึกษาของไทย

เพราะโรงเรียนที่อังกฤษจะเน้นด้านกิจกรรมค่อนข้างมาก และเด็กไม่ต้องหาที่เรียนพิเศษเพิ่มเติมอีก

ก่อนไปเรียนที่อังกฤษน้องชาร์ลเรียนอยู่ที่โรงเรียนอำนวยศิลป์ ซึ่งเป็นโรงเรียนที่สอนเป็นระบบอังกฤษแบบสองภาษาอยู่แล้ว จึงไม่ได้มีการเตรียมตัวอะไรเป็นพิเศษค่ะ

และค่อนข้างโชคดีที่น้องชาร์ลเป็นเด็กที่เข้ากับคนง่าย ช่วงที่ไปเริ่มเรียนที่ Bedford School ใหม่ๆ จึงไม่มีปัญหาเลย

คุณครูที่โรงเรียนก็มีการดูแลเด็กที่ดีมากค่ะ มีการติดต่อคุณแม่เพื่อแจ้งข่าวและส่งผลการเรียนมาให้ทางอีเมล์สม่ำเสมอ

แจ้งแม้กระทั่งว่าน้องได้ส่งการบ้านหรือไม่ คุณแม่คิดว่าคุณแม่ตัดสินใจไม่ผิดที่ส่งน้องชาร์ลไปอยู่โรงเรียนประจำเพราะน้องได้เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับคนส่วนมาก

สามารถช่วยเหลือตัวเอง และดูแลตัวเองได้ดีขึ้น รู้จักปรับตัว มีความรับผิดชอบและมีระเบียบวินัยมากขึ้น ซึ่งเป็นพัฒนาการที่ เห็นได้เด่นชัดเลยค่ะ

สำหรับผู้ปกครองที่สนใจจะส่งลูกหลานไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ แนะนำว่าให้หาข้อมูลโรงเรียนหลายๆ แห่ง แล้วเอามาเปรียบเทียบกันค่ะ

โดยเฉพาะสถิติของนักเรียนที่จบจากโรงเรียนนั้นๆ ว่า เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยที่ใดบ้าง และโรงเรียนนั้นมีผลการเรียนอยู่ในอันดับที่เท่าไหร่ของประเทศ

คุณแม่รู้จัก CETA จากโฆษณา และป้ายที่ตึก Home Place ค่ะ จริงๆ ได้ยินชื่อมานานแล้ว พอได้ติดต่อก็ค่อนข้างประทับใจค่ะ

เจ้าหน้าที่ CETA ช่วยตามเรื่องโรงเรียนให้คุณแม่เป็นระยะๆ แม้ว่าจะไม่เคยติดต่อกับโรงเรียนนี้มาก่อนก็ตาม โดยภาพรวม ก็ถือว่าดีค่ะ

คุณวิวัฒน์ และคุณรุจิระ เตชะกิจเกรียงไกร

คุณพ่อ – วิวัฒน์ เตชะกิจเกรียงไกร

คุณแม่ รุจิระ เตชะกิจเกรียงไกร

ผู้ปกครอง น้องแบม พิชญา เตชะกิจเกรียงไกร

Badminton School Year 13

Bam's parents 2

Bam 05

 

ตอนลูกชายคนโตไปเรียนที่ออสเตรเลีย ก็ได้รับคำแนะนำจาก CETA พอจะส่งลูกสาวไปเรียนมัธยมที่อังกฤษ ก็เลยใช้บริการของทาง CETA อีกครั้ง

CETA จึงแนะนำโรงเรียนให้โดยสอบถามความต้องการของเราก่อนที่จะนำเสนอโรงเรียนต่างๆ ให้เลือก ตอนนี้น้องแบมไปเรียนได้ประมาณหนึ่งปีแล้ว

ช่วงแรกๆ ก็มีปัญหาบ้างเรื่องการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ รวมทั้งการใช้ชีวิตในต่างประเทศ แต่ตอนนี้ลูกปรับตัวได้แล้วเลยไม่ค่อยเป็นห่วงเท่าไหร่

พัฒนาการของเขาเท่าที่เห็น คือ มีความรับผิดชอบดีขึ้น ภาษาดีขึ้น เรียนหนังสือและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขมากขึ้น

คุณพ่อคุณแม่ไม่สามารถไปดูแลน้องแบมที่ต่างประเทศได้ ก็ต้องอาศัย Guardian ที่ทาง CETA แนะนำให้ช่วยดูแลแทน

ทำให้หมดห่วงและสบายใจขึ้น แล้วก็จะจัดการเรื่องที่พักในช่วงโรงเรียนปิดเทอมเล็กที่น้องไม่ได้เดินทางกลับเมืองไทย

สำหรับผู้ปกครองท่านอื่นๆ ที่สนใจจะส่งลูกไปเรียนต่อที่อังกฤษ ต้องดูความพร้อมของลูกในเรื่องภาษา และการช่วยเหลือตัวเองได้เป็นหลัก

ที่สำคัญคือความตั้งใจจริงของลูกที่จะไปศึกษาต่างประเทศ ถ้ามีความพร้อมก็ค่อยส่งไป แต่ถ้าลูกได้มีโอกาสไปเรียนต่างประเทศจนสำเร็จ

เราก็จะเห็นพัฒนาการของเขาด้านภาษา ความคิด และการช่วยเหลือตัวเองได้อย่างชัดเจน

คุณวิรัช และชญาภา พงศ์ฉบับนภา

ความประทับใจจากผู้ปกครอง

คุณวิรัช และชญาภา พงศ์ฉบับนภา

ผู้ปกครองของสุจินต์ พงศ์ฉบับนภา (จิ้น) พุทธิพงศ์ พงศ์ฉบับนภา (ปุ้น) Box Hill School

ตอนอยู่ที่ไทยน้องๆเขาเรียนอยู่ Bromsgrove International School ซึ่งเป็นระบบอังกฤษ

ประเทศอังกฤษเลยเป็นทางเลือกที่ดีในการส่งลูกๆไปเรียนต่อค่ะ เนื่องจากช่วงเวลาต่อเนื่องกัน

และหลักสูตรอังกฤษก็มีมาตรฐานการเรียนที่ดี หลักจากตัดสินใจแล้วก็หาข้อมูลค่ะ

จนได้มาเจอกับ CETA หลังจากได้ติดต่อสอบถาม และพูดคุยกันเรื่องเรียนต่อของน้องแล้ว รู้สึกว่าเป็นบริษัทที่น่าไว้วางใจมากค่ะ

ช่วงแรกๆที่น้องไปเรียน โชคดีที่ไม่มีปัญหาเลย เพราะโรงเรียนที่น้องอยู่ก่อนหน้านี้เป็นโรงเรียนประจำ

น้องต้องอยู่หอพักอยู่แล้วและที่โรงเรียนก็มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีมากค่ะ

คุณครูและเจ้าหน้าที่ที่โรงเรียนก็ดูแลน้องแบบใกล้ชิดและอบอุ่นค่ะ

อีกอย่างคุณแม่เลือกใช้บริการ Guardianship ของทาง CETA ระหว่างเรียนที่อังกฤษ คุณ Peter และ Su 

ดูแลน้องๆแบบอบอุ่นดีค่ะ นอกจากนี้ยังพูดคุยสะดวก และเป็นกันเองมาก

สำหรับผู้ปกครองที่สนใจจะส่งน้องๆไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ เนื่องจากทุกอย่างในอนาคตขึ้นอยู่กับเด็กรุ่นนี้ เพราะฉะนั้นการลงทุนเรื่องการศึกษาเป็นสิ่งที่สำคัญมาก จึงต้องพยายามหาสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกๆ

คุณสิริ - คุณวรลักษณ์ เสนาจักร

ผู้ปกครองน้องธัช – ธีธัช เสนาจักร

เราสองคนต้องการส่งลูกไปเรียนที่อังกฤษ เลยลองสอบถามข้อมูลจากเพื่อนๆ แล้วก็เข้าไปคุยกับ CETA เพราะทราบมาว่าที่นี่เป็นตัวแทนของโรงเรียนมัธยมที่อังกฤษหลายแห่ง และสามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเรียนต่อได้อย่างที่ต้องการค่ะ

ตอนแรกเราก็จะบอกความต้องการของทางเราให้กับ CETA ก่อนว่าเราอยากให้ลูกได้อยู่โรงเรียนประจำแบบสหศึกษา แล้วก็ไม่ไกลจากลอนดอนมากนัก ทาง CETA ก็ได้คัดกรองโรงเรียนที่ตรงกับความต้องการของเรามาให้เลือก 7-8 แห่ง ซึ่งน้องธัชก็เลือกเรียนที่ Warminster School ค่ะ

ช่วงอาทิตย์แรกๆ ที่ไปน้องธัชยังไม่สนิทกับใคร ก็มีเหงาบ้าง แต่โชคดีที่คุณครูและเพื่อนที่นี่ดีมาก ทำให้น้องสามารถปรับตัวได้เร็วมาก อีกทั้งโรงเรียนก็มีกิจกรรมให้ทำตลอด ทำให้เด็กสนิทกันเร็วมาก ไม่ถึงเดือนน้องธัชก็อยู่ในโรงเรียนอย่างมีความสุข

เรื่องเรียนตอนแรกก็ยากหน่อย แต่ครูช่วยเหลือดีมาก โดยเฉพาะกับเด็กต่างชาติ มีการติดตามผลการเรียนและรายงานกับผู้ปกครองอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้น้องธัชเรียนได้ เล่นกีฬาเยอะ ทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ ตลอด ดูแลตัวเองได้ดี และแบ่งเวลาเป็น

ระบบการศึกษาของอังกฤษมีข้อดีตรงที่เปิดโอกาสให้เด็กเลือกเรียนได้หลากหลาย เพื่อจะได้ทราบว่าตัวเองชอบด้านไหน หลังจากนั้นก็เลือกเรียนด้านนั้นๆ ไปเลย โดยเน้นให้เด็กลงมือทำมากกว่าท่องจำเพียงอย่างเดียว

การที่เด็กมี Guardian ดูแลเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก เพราะบางครั้งมีเรื่องเร่งด่วนที่ไม่สามารถติดต่อพ่อแม่ได้ Guardian ก็สามารถจัดการแทนได้เลย ทั้งเรื่องเรียนและเรื่องสุขภาพ Guardian ของน้องธัชจะไปเยี่ยมค่อนข้างบ่อย หรือไม่ก็โทรศัพท์คุยกัน หลังจากนั้นก็จะส่งเป็นรายงานมาให้คุณพ่อคุณแม่ทราบ เวลาน้องมีปัญหาอะไรก็จะโทรหา Guardian ได้ตลอดเวลา เขาจะจัดการได้อย่างรวดเร็วทุกครั้ง

สำหรับใครที่สนใจส่งลูกไปเรียนที่อังกฤษ ควรจะศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับโรงเรียนและเมืองนั้นๆ เสียก่อน เพื่อจะได้เลือกโรงเรียนให้เหมาะสมกับลูก โรงเรียนก็มีหลากหลายประเภท บางแห่งเน้นวิชาการ บางแห่งเน้นกีฬา ขณะที่หลายแห่งก็เน้นทั้งสองอย่าง และควรให้ลูกมีส่วนร่วมในการเลือกโรงเรียนด้วย

คุณสมชาย กมลพันธ์ทิพย์ - คุณขวัญใจ คำนา

คุณพ่อ – สมชาย กมลพันธ์ทิพย์  และ คุณแม่ – ขวัญใจ คำนา

คุณแม่รู้จัก CETA เพราะมีเพื่อนแนะนำค่ะ เพื่อนคุณแม่เคยใช้บริการแล้วรู้สึกประทับใจในการเอาใจใส่ดูแลบุตรหลานเป็นอย่างดี คุณแม่เลยตัดสินใจใช้บริการของ CETA ค่ะ

สำหรับตัวคุณแม่เอง ปัจจัยสำคัญในการเลือกโรงเรียนให้กับลูก ต้องดูที่ประสิทธิภาพและมาตรฐานการยอมรับ คุณแม่เลือกให้น้องเต้เรียนต่อที่ Bishopstrow College เพราะช่วงแรกน้องเต้ค่อนข้างอ่อนภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังและการพูดน้องจะไม่ได้เลย แต่ก็ได้คุณครูและเพื่อนๆ ของน้องเต้ให้ความช่วยเหลือดูแลเอาใจใส่ ทำให้เขาปรับตัวได้เร็ว  อีกส่วนหนึ่งก็เพราะโรงเรียนสนับสนุนให้นักเรียนเล่นกีฬา และน้องเต้เองก็เป็นเด็กที่ชอบเล่นกีฬาอยู่แล้ว ก็ทำให้ได้ผ่อนคลาย ได้พบเจอเพื่อนใหม่ๆ และพูดคุยฝึกภาษาไปด้วย ส่วนคุณพ่อคุณแม่เองก็ต้องคอยพูดให้กำลังใจเขาตลอดเวลาค่ะ

หลักสำคัญในการส่งลูกไปศึกษาต่อต่างประเทศ คือ ผู้ปกครองควรหาข้อมูลด้านต่างๆ เกี่ยวกับสถานศึกษาที่จะส่งลูกไปเรียน โดยสามารถสอบถามข้อมูลจาก CETA แล้ว CETA จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับรายละเอียดของแต่ละโรงเรียนว่าเป็นแบบไหน มีความเหมาะสมกับบุตรหลานของเราหรือไม่ และช่วยประสานงานกับทางโรงเรียนให้จนเรียบร้อยค่ะ

คุณพิมพ์สุดา ศศลักษณานนท์

คุณพิมพ์สุดา ศศลักษณานนท์

ผู้ปกครอง น้องเต็งหนึ่ง น้องนาย และน้องหนุน

เรียนที่ Bromsgrove School, UK

พี่อ้อรู้จัก CETA จากการค้นหาเรื่องเรียนต่อที่ต่างประเทศให้ลูกๆ ในอินเทอร์เน็ตค่ะ เริ่มจากการหาเอเจนซี่ 2 ถึง 3 แห่ง แล้วดูประวัติ ผลงาน และได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้บริหารของแต่ละเอเจนซี่ ซึ่งก็พบว่าบางเอเจนซี่เขาก็จะไม่ค่อยมีเวลาให้เรา บางที่ก็มีปัญหาด้านการช่วยเหลือที่ไม่ชัดเจน บ้างก็ไม่สามารถตอบโจทย์ของผู้ปกครองอย่างพี่อ้อได้ครบถ้วน จนพี่อ้อได้ลองพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ของ CETA ก็รู้สึกว่าการบริการของที่นี่เข้ากับความต้องการของพี่อ้อค่ะ ตอนเริ่มแรกพี่อ้อก็เหมือนผู้ปกครองทั่วไปที่ไม่มีความรู้เรื่องการเรียนต่อที่ต่างประเทศมากนัก บวกกับนิสัยความเป็นแม่ที่เราจะต้องรู้ข้อมูลให้มากเท่าที่จะหาได้ เพื่อเลือกสิ่งที่เหมาะและดีกับลูกๆ ของเรามากที่สุด พี่อ้อก็ได้โทรมาสอบถามข้อมูลและปรึกษากับทาง CETA หลายต่อหลายครั้ง และทุกครั้งพี่ก็ได้รับการบริการที่รวดเร็วและได้คำตอบที่ครบถ้วนทุกครั้งโดยไม่มีค่าบริการใดๆ หรือการรังเกียจรังงอนจากเจ้าหน้าที่คนไหนเลย ซึ่งทำให้พี่อ้อประทับใจ CETA มาก จนในที่สุดพี่ก็ไว้วางใจให้ทาง CETA ช่วยดูแลจัดการเรื่องการไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษของลูกๆ ทั้ง 3 คนของพี่ค่ะ

ลูกๆ ของพี่ทั้ง 3 คนได้เรียนที่ Bromsgrove School ค่ะ ช่วงแรกนั้นเราก็กังวลและเป็นห่วงลูกๆ เพราะลูกชายคนเล็กเพิ่งจะอายุแค่ 6 ขวบ และภาษาอังกฤษของพวกเขาก็ไม่ได้แข็งแรงมาก ลูกสาวนี่จะคิดถึงบ้านเป็นพิเศษเพราะเขาจะติดต่อกับเราตลอด ยิ่งคุยก็ยิ่งคิดถึง เราก็ต้องคอยปลอบเขา ให้คำแนะนำเขาว่าต้องอดทน เปิดใจกว้างและปรับตัวเข้ากับคนอื่น ซึ่งลูกสาวเราก็ปรับตัวได้ดีเพราะพื้นฐานเขาเป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดี ชอบพูดคุยและยังคอยดูแลน้องชายคนเล็กอีกด้วย ส่วนลูกชายคนโตนี่พี่อ้อจะห่วงน้อยหน่อยเพราะเขาดูแลตัวเองได้ดี มีประสบการณ์การเรียนต่างประเทศมาก่อนทำให้มีเพื่อนเร็ว อีกทั้งด้านความเป็นอยู่ที่ Bromsgrove นั้นจะมีการดูแลอย่างดีจากเจ้าหน้าที่หอพักของโรงเรียนค่ะ ถึงแม้การอยู่หอพักจะทำให้ลูกๆ พี่ไม่มีอิสระในการออกไปไหนมาไหนตามใจตนเอง พี่ก็มองเห็นถึงข้อดีว่าลูกๆของพี่จะมีความปลอดภัยและได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจริงๆ จากเจ้าหน้าที่หอพัก ทั้งยังได้คลุกคลีกับเพื่อนในวัยเดียวกันและได้คุยกับเพื่อนเพื่อพัฒนาภาษาตลอดเวลา

สิ่งที่ทำให้พี่มั่นใจในการส่งลูกไปเรียนต่อที่อังกฤษคือด้านระบบการศึกษาของที่นู่นค่ะ เพราะที่อังกฤษโรงเรียนจะเน้นให้ลูกๆ พี่คิดอย่างเป็นระบบ มีเนื้อหาการเรียนการสอนที่เปิดกว้างและให้ลูกๆ พี่ได้เรียนตามความถนัดของพวกเขา มีการผสมผสานกิจกรรมและหลักสูตรวิชาการได้อย่างลงตัว ฝึกให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติให้เกิดความชำนาญแทนที่จะท่องจำเนื้อหาในตำราอย่างเดียว โดยหลังจากลูกๆ ได้มาเรียนต่อที่อังกฤษนี่พี่ก็เห็นพัฒนาการของทุกคน ที่ชัดเจนที่สุดคงจะเป็นเรื่องของภาษาและการใช้เหตุผลค่ะ การพูดการจานี่จะต่างจากที่เคยอยู่เมืองไทยไปเลย โดยเฉพาะลูกชายคนเล็กนี่กล้าพูดกล้าแสดงออกขึ้นมาก พูดจาฉะฉาน มีความมั่นใจในการแสดงเหตุผลและเชื่อมั่นในตัวเองมาก

ในฐานะแม่คนหนึ่ง พี่อ้ออยากฝากถึงผู้ปกครองทุกคนว่า ก่อนที่จะตัดสินใจฝากฝังอนาคตการศึกษาของลูกๆเราไว้กับเอเจนซี่ไหน ควรศึกษาให้รอบคอบที่สุด เลือกจากประสบการณ์ตรงของเรา ควรเข้าไปพูดคุย ทำความรู้จักกับพนักงานและผู้บริหาร รับฟังวิสัยทัศน์และทัศนคติในการดำเนินงานของบริษัทนั้นๆ ให้ดีเสียก่อน แล้วดูว่าพนักงานเหล่านั้นมีความเชี่ยวชาญและเป็นมืออาชีพหรือไม่ เพราะความเป็นผู้ปกครองนั้นทำให้เราต้องรู้จักเลือกและคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกๆ ของเรา พ่อและแม่คือคนที่รู้จักลูกๆ ดีที่สุด รู้ว่าพวกเขาต้องการอะไรและเราสามารถให้อะไรเขาได้บ้าง เมื่อเรามีโจทย์ที่ต้องการอยู่ในมือแล้ว ก็ค่อยหาบริษัทที่สามารถตอบโจทย์เหล่านั้นได้ครบถ้วนที่สุด โดยพิจารณาจากข้อดีข้อเสียของเอเจนซี่แต่ละแห่ง ไม่ใช่เลือกเอาจากบริษัทที่มีชื่อเสียงหรือฟังคำแนะนำต่อๆ กันมาเพียงอย่างเดียว บริษัทบางแห่งนั้นเขาอาจเรียกเก็บค่าบริการจากเราโดยที่ไม่บริการเราอย่างเหมาะสม หรือบางแห่งอาจให้สิ่งที่ไม่ตรงกับความต้องการของลูกๆ มาให้เรา ซึ่งจุดนี้เป็นสิ่งที่ผู้ปกครองทุกคนควรตระหนักถึงว่าจะฝากอนาคตของลูกไว้กับผู้คนเหล่านี้ได้หรือไม่ค่ะ

น.สพ.เกรียงศักดิ์ ทัตติยกุล - จิรารัตน์ จิรานนท์

คุณพ่อ – น.สพ.เกรียงศักดิ์ ทัตติยกุล และ คุณแม่ – จิรารัตน์ จิรานนท์

ผู้ปกครอง น้องแกเบรียล ชัช ทัตติยกุล – เรียนที่ Trinity School, UK

ตอนนี้แกเบรียลเรียนที่ Trinity School ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในทำเลที่ดี ติดทะเล อากาศดี มีสนามกีฬา โรงยิม หอพักแยกชายหญิง และมีครูคอยดูแลเด็กๆ อย่างใกล้ชิดในแต่ละหอพัก ในชั้นเรียนมีจำนวนนักเรียนไม่มาก ครูดูแลเด็กได้ทั่วถึง

ระบบการเรียนการสอนที่อังกฤษไม่เหมือนกับระบบการศึกษาของบ้านเราที่เน้นการท่องจำมากกว่าให้เด็กได้แสดงความคิดเห็นหรือมีความเข้าใจอย่างแท้จริง  พี่ดูจากการบ้านของลูกส่วนใหญ่เป็นชิ้นงานที่ต้องค้นคว้าหาข้อมูลแล้วบรรยายสรุป เด็กจะต้องแสดงความคิดเห็นประกอบ ต้องยกตัวอย่างได้ ต้องเข้าใจอย่างถ่องแท้

สิ่งสำคัญที่ช่วยให้น้องปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ได้ดี คือกำลังใจค่ะ ช่วงแรกๆ โทรศัพท์คุยกับคุณแม่ทุกวัน เราก็จะคอยให้กำลังใจเขา พัฒนาการของลูกที่เห็นชัดเจนมากคือความรับผิดชอบต่อตนเอง และรับผิดชอบเรื่องเรียน มีเหตุมีผลมากขึ้น จัดลำดับความสำคัญก่อนหลังได้ดีขึ้น เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น

แกเบรียลพักอยู่ที่หอพักของโรงเรียน ซึ่งก็ถือเป็นข้อดี เพราะฝึกให้เขามีระเบียบวินัย ตรงต่อเวลา การอยู่ร่วมกับเพื่อนต่างชาติในห้องเดียวกัน ก็ทำให้ได้ฝึกภาษา รู้จักเกรงใจเพื่อนร่วมห้อง หัดแบ่งปัน และเอาใจเขามาใส่ใจเรา

การส่งลูกไปเรียนต่อในประเทศที่เจริญแล้วอย่างประเทศอังกฤษ ทำให้ลูกได้รับการศึกษาที่ดี มีสังคมที่ดี ที่สำคัญ เวลาลูกไม่ได้อยู่กับเรา เขาต้องช่วยเหลือตัวเอง รับผิดชอบในทุกๆ เรื่อง เราจะได้เห็นพัฒนาการของลูกอย่างชัดเจน

คุณวิวัฒน์ - คุณรุจิระ เตชะกิจเกรียงไกร

คุณพ่อ – วิวัฒน์  เตชะกิจเกรียงไกร และ คุณแม่ – รุจิระ เตชะกิจเกรียงไกร

ผู้ปกครอง น้องแบม พิชญา เตชะกิจเกรียงไกร – เรียนที่ Harrogate Ladies’ College, UK

ตอนลูกชายคนโตไปเรียนที่ออสเตรเลีย ก็ได้รับคำแนะนำจาก CETA พอจะส่งลูกสาวไปเรียนมัธยมที่อังกฤษ ก็เลยใช้บริการของทาง CETA อีกครั้ง CETA จึงแนะนำโรงเรียนให้โดยสอบถามความต้องการของเราก่อนที่จะนำเสนอโรงเรียนต่างๆ ให้เลือก  ส่วนเหตุผลหลักที่เลือกโรงเรียน Harrogate Ladies’ College ก็เพราะว่าลูกเราเป็นลูกสาว จึงอยากให้เรียนที่โรงเรียนประจำหญิงล้วน จะได้อยู่ในความดูแลของคุณครูอย่างใกล้ชิด โรงเรียนมีรั้วรอบขอบชิด มีความปลอดภัย หมดห่วงเรื่องการเดินทาง และลูกยังสามารถฝึกฝนภาษากับเพื่อนจากประเทศต่างๆ ได้ด้วย

ตอนนี้น้องแบมไปเรียนได้ประมาณหนึ่งปีแล้ว ช่วงแรกๆ ก็มีปัญหาบ้างเรื่องการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ รวมทั้งการใช้ชีวิตในต่างประเทศอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ลูกปรับตัวได้แล้วเลยไม่ค่อยเป็นห่วงเท่าไหร่ พัฒนาการของเขาเท่าที่เห็น คือ มีความรับผิดชอบดีขึ้น ภาษาดีขึ้น เรียนหนังสือและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขมากขึ้น

คุณพ่อคุณแม่ไม่สามารถไปดูแลน้องแบมที่ต่างประเทศได้ ก็ต้องอาศัย Guardian ที่ทาง CETA แนะนำให้ช่วยดูแลแทน ทำให้หมดห่วงและสบายใจขึ้น แล้วก็จะจัดการเรื่องที่พักในช่วงโรงเรียนปิดเทอมเล็กที่น้องไม่ได้เดินทางกลับเมืองไทย

สำหรับผู้ปกครองท่านอื่นๆ ที่สนใจจะส่งลูกไปเรียนต่อที่อังกฤษ ต้องดูความพร้อมของลูกในเรื่องภาษา และการช่วยเหลือตัวเองได้เป็นหลัก ที่สำคัญคือความตั้งใจจริงของลูกที่จะไปศึกษาต่างประเทศ ถ้ามีความพร้อมก็ค่อยส่งไป แต่ถ้าลูกได้มีโอกาสไปเรียนต่างประเทศจนสำเร็จ เราก็จะเห็นพัฒนาการของเขาด้านภาษา ความคิด และการช่วยเหลือตัวเองได้อย่างชัดเจน

น้องใบเตย - ฐิติกานต์ อังคนาพร

ฐิติกานต์ อังคนาพร (ใบเตย)

 

กำลังศึกษาอยู่ที่

 

Harrogate Ladies’ College

 

ระดับชั้น Year 9

 

ฐิติกานต์ อังคนาพร (ใบเตย)
ฐิติกานต์ อังคนาพร (ใบเตย)ฐิติกานต์ อังคนาพร (ใบเตย)

 

Q : เพราะอะไรถึงตัดสินใจไปเรียนอังกฤษ

เพราะว่าใบเตยเรียนที่ Shrewsbury International school ซึ่งเป็นระบบ British Curriculum มาตั้งแต่เล็กเลยค่ะ และเป็นหลักสูตรที่รู้จักและเป็นที่ยอมรับทั่วโลกค่ะ คุณพ่อคุณแม่เชื่อว่าการไปเรียนที่ประเทศอังกฤษจะเป็นประโยชน์กับการเรียน และช่วยพัฒนาภาษาอังกฤษของหนูค่ะ

 

Q: มีหลักการในการเลือกโรงเรียนอย่างไร

หลักในการเลือกโรงเรียน คุณพ่อคุณแม่จะเป็นคนเลือกค่ะ ขอเป็นโรงเรียนที่ผลการเรียนดี และสำคัญที่สุดคือมีกิจกรรมให้ทำหลากหลาย มี Facilities ที่ครบครัน และมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการเรียนด้วยค่ะ เพราะเราจะต้องเรียนและใช้ชีวิตอยู่ที่นั้นให้มีความสุขค่ะ

 

Q: เพื่อนๆและคุณครูที่โรงเรียนเป็นอย่างไรบ้าง

คนอังกฤษเป็นมิตรค่ะ เพื่อนๆก็น่ารัก ช่วยเหลือเกื้อกูลเป็นอย่างดีค่ะ เพื่อนชาวอังกฤษพยายามที่จะเข้าใจเราซึ่งเป็นนักเรียนต่างชาติที่ต้องมาเรียนห่างไกลบ้าน หนูรู้สึกดีและประทับใจเพื่อนๆชาวอังกฤษมากเลยค่ะ ส่วนคุณครูก็เอาใจใส่ดี และใจดีด้วยค่ะ ที่นี่ทุกๆคนเหมือนครอบครัวเดียวกันค่ะ เรารู้จักกันหมดค่ะ ทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง โรงเรียนที่เตยอยู่ไม่ได้ใหญ่มากค่ะ อบอุ่นเหมือนบ้านค่ะ คุณครูทุกคนดูแลพวกเราเหมือนอยู่บ้านค่ะ

 

Q: มีปรับตัวอย่างไรบ้าง

ต้องมีการปรับตัวแน่นอนค่ะ คือก่อนที่เตยจะมา ก็ค้นหาดูตาม Internet ทั้งเรื่องอากาศ เพราะว่าต้องเตรียมเสื้อผ้าที่เหมาะสมกับสภาพากาศค่ะ รวมทั้งวัฒนธรรมที่แตกต่าง เพราะฉะนั้น การที่เราจะเข้ากับคนอื่นได้เราต้องเปิดใจค่ะ แล้วก็พูดเยอะๆเลยค่ะ พูดคุยกับทุกคนแล้วจะช่วยให้เราได้เพื่อนใหม่ๆที่นี่ค่ะ แล้ว ถ้าเตยทำอะไรผิดหรือบางอย่างที่ไม่เหมาะสม หมายถึงอาจไปกระทบ หรือไม่สมควรในวัฒนธรรมของเขา เพื่อนๆนี่ละค่ะจะคอยบอกเราว่าอย่างนี้ไม่ควรทำค่ะ อย่างเช่นกฎของโรงเรียน เขาจะคอยบอกเราค่ะ เช่น ต้องลงชื่อเข้าออก ห้ามเล่นโทรศัพท์ ตั้งแต่กี่โมงถึงกี่โมงค่ะ บางครั้งก็แค่ต้องช่วยๆกันเตือนกันค่ะ

 

Q: โรงเรียนที่อังกฤษมีความแตกต่างอย่างไรบ้าง

ที่อังกฤษเตยไม่รู้สึกกดดันนะคะ การเรียนการสอนไม่เคร่งเครียดจนเกินไปค่ะ คุณครูที่นี่สอนให้เข้าใจมากๆเลยค่ะ และสอนให้เรารู้จักวิธีการรับมือกับปัญหาต่างๆด้วยค่ะ

 

Q: กิจกรรมในโรงเรียนที่น่าสนใจ

โรงเรียนมีกิจกรรมให้ทำอยู่ตลอดเลยค่ะ และ Activity Clubs มากมายให้เลือก มี Music House เหมือนเป็นตึกที่สอนดนตรีโดยเฉพาะ นอกจากนั้นยังมี Sport Hall มีสระว่ายน้ำในร่มด้วยค่ะ และก็สนามที่เอาไว้เล่น Lacrosse ค่ะ

 

Q: การช่วยเหลือของคุณครู

ที่โรงเรียนจะมีเหมือน Clinic ค่ะ คือ นักเรียนทุกคนสามารถไปพบคุณครู เมื่อมีข้อสงสัยหรือปัญหาในวิชาเรียนต่างๆ กับครูรายวิชานั้นได้ในช่วงพักกลางวันแต่ถ้าหากว่าเราไม่สามารถเข้าไปตามตารางของ Clinic ได้ เราก็ยังสามารถขอนัดพบคุณครูเป็นการส่วนตัวได้ค่ะ

 

Q: Boarding House เป็นอย่างไร

โรงเรียนที่เตยอยู่จะแบ่งเป็น House ค่ะ เป็นตึกที่อยู่ประมาณ 4 ชั้น อยู่ 4 ตึก ก็จะมีห้องนั่งเล่น เป็นส่วนกลาง และก็มีห้องครัวเล็กอยู่ค่ะ สามารถทำอาหารได้แต่ต้องขออนุญาตคุณครูผู้คุมหอพักก่อนนะคะ แต่หากไม่ต้องการทำอาหาร ก็มีเครื่องปิ้งขนมปัง Microwave แต่โดยปกติแล้วทางโรงเรียนก็มี Catering อยู่ประจำอยู่แล้วค่ะ ส่วนห้องนอนจะอยู่ชั้นบนค่ะ ในหอพักจะมีคุณครู หรือผู้คุมหออยู่ตลอดเวลาค่ะ ที่นี่กฎระเบียบอาจเยอะกว่าที่บ้านเรา กฎระเบียบทำให้เราพัฒนาตนเองให้อยู่ร่วมกับผู้อื่นค่ะ อย่างเช่นการทำห้องให้เรียบร้อยเก็บข้าวของให้เป็นที่เป็นทาง เราไม่ต้องทำความสะอาดเองแต่ต้องเก็บของค่ะ

 

Q: เวลาว่างหลังเลิกเรียน

เตยชอบไปเดินเล่นในเมืองค่ะ แต่ต้องหลังจากที่ทำการบ้านเสร็จแล้วนะคะ เนื่องจากอยู่ไม่ไกลเมืองมากเลยไปได้ค่ะ แต่ต้องไปกับเพื่อนเท่านั้นค่ะ ห้ามไปคนเดียวค่ะ แล้วที่สำคัญต้องขออนุญาต Housemistress ว่าจะไปไหน อย่างไร กลับกี่โมง ต้องกลับมาให้ตรงเวลานะคะ ถ้าไม่อย่างนั้นจะไม่ได้ไปอีกค่ะ หรือมีบทลงโทษต่างๆตามลำดับ ส่วนที่โรงเรียนก็มีกิจกรรมมากมาย เช่น Weekend activities ให้เลือกทำ หรือจะเป็นกิจกรรมในหอ อย่าง Saturday movie night

 

Q: ถ้าหากมีอาการเจ็บไข้ได้ป่วย

มีพยาบาลประจำที่ห้องพยาบาลตลอดเลยค่ะ และมีคุณหมอมาในบางวันด้วย เราสามรถขอคุณครูไปห้องพยาบาลได้ แล้วถ้าหากไม่สบายมากๆ เราสามารถลาหยุดได้ค่ะ

 

Q: คำแนะนำดีๆ จากนักเรียนมัธยมอังกฤษ

เตยว่าการมาเรียนที่เมืองนอกไม่ได้ยาก หรือแตกต่างจนเกินไปอย่างที่คุณคิด คุณแค่ต้องเปิดใจ เปิดรับเพื่อนใหม่ๆ มันจะเป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆ เลยค่ะ คุณจะได้เรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆที่คุณไม่เคยคิดว่าจะชอบและไม่เคยสัมผัสมาก่อน ทุกสิ่งรอบตัวจะช่วยให้คุณพัฒนาทุกๆทักษะ มีความรับผิดชอบมากขึ้น มีการจัดการแบ่งเวลาของตัวเองที่ดีขึ้น เพราะอยู่ที่นี่ไม่มีคุณพ่อคุณแม่มาคอยบอกว่าต้องทำอะไร หรือไม่ควรทำอะไร เราต้องโตขึ้น เรียนรู้ และพร้อมที่จะเจอกับสิ่งใหม่ๆค่ะ

เถลิงเกียรติ เกียรติชัยพัฒน

เถลิงเกียรติ เกียรติชัยพัฒน

Taunton School International, Year 8

 S__50814990

ที่ผมเลือกไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ เพราะว่าครอบครัวประกอบธุรกิจส่วนตัว คุณพ่อคุณแม่จึงสนับสนุนให้ไปเรียนที่นั้น.

เพื่อที่จะสามารถใช้ภาษาอังกฤษ ติดต่อธุรกิจแทนครอบครัวได้ในอนาคตครับ ก่อนไปผมได้เตรียมความพร้อมด้วยการไปเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติม

หาข้อมูลที่จำเป็นเกี่ยวกับประเทศอังกฤษ และโรงเรียนที่เลือกครับ

หลังจากเดินทางไปแล้วพบว่าอังกฤษเป็นประเทศที่ผู้คนเค้ามีมารยาทมากครับ อยู่ที่นี่ต้องมีมารยาท มีระเบียบ ทำตามกฎอย่างเคร่งครัดครับ

เพื่อนๆในโรงเรียนดีครับ ทุกคนอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข บรรยากาศดี ใกล้ชิดธรรมชาติ

ส่วนระบบการเรียนการสอนที่อังกฤษแตกต่างจากระบบการเรียนการสอนของประเทศไทย คือ

เรียนวันหนึ่งแค่ 4 วิชา แบ่งเป็น Class เรียน Classละไม่เกิน 11 คน ทำให้คุณครูเข้าถึงนักเรียนทุกคน

เมื่อมีผิดพลาดคุณครูจะบอกให้ลองใหม่และกฎของที่นี่คือการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีความเผื่อแผ่ ไม่เยาะเย้ยเพื่อนเวลาที่เพื่อนทำผิด

ในช่วงแรกๆที่มาจะมีความรู้สึกแปลกๆอยู่บ้าง แต่พอเริ่มปรับตัวได้แล้ว

รู้สึกดีมากครับที่ตัดสินใจมาเรียนต่อที่นี่ หากคิดที่จะมาก็แนะนำให้มาครับ แต่หากคนที่ยังลังเลอยู่

อยากให้เตรียมความพร้อมก่อน เช่นมา Summer Course ลองดูก่อน จะได้รู้คร่าวๆว่าบรรยากาศการเรียนที่นี่เป็นยังไง และจะรู้สึกดีที่ได้มาเรียนที่นี่ Happy มากๆครับ

น้องเต็งหนึ่ง พีรวิชญ์ ศศลักษณานนท์

พีรวิชญ์ ศศลักษณานนท์  University of Bath, Management

12747423_1043931712344302_5570012031050670040_o

Q : ระบบการเรียนการสอนที่อังกฤษเป็นยังไงบ้างคะ แตกต่างจากไทยไหม เรียนยากไหม

A : ส่วนตัวผมคิดว่าแตกต่างมากๆเลยครับ มันทำให้เด็กอย่างผมที่เรียนไม่ค่อยดี มีโอกาสได้เรียนในด้านที่เหมาะสมกับตัวเอง และสนใจอยากจะเรียน ตอนอยู่ไทยผมได้เกรดประมาน 2.5 ซึ่งน้อยมากมากตอน ม.3 แต่พอผมได้มาศึกษาต่อที่อังกฤษ ผมได้มีโอกาสเรียนรู้วิชาที่ผมสนใจจริงๆ คือ Economics, Politics, Maths และ Further Maths ซึ่งพอผมได้เลือกวิชาที่ผมอยากเรียน ผมก็เริ่มสนใจมันมากขึ้น ใช้เวลาทบทวนมันมากขึ้น และทำได้ดีขึ้น จนตอนจบผมได้เกรด A* และ AA

Q : ตอนที่เรียนอยู่ Bromsgrove School เคยมีปัญหาเรื่องการเรียน หรือท้อแท้บ้างมั้ยคะ / แก้ไขปัญหาอย่างไร

A : มีบ้างนะครับ แบบเรียนได้ไม่ทันเพื่อนในห้อง หัวตามไม่ทันเพื่อนๆในห้อง เวลาผมท้อ ผมก็จะโทรหาพ่อแม่ผมตลอด ระบายกับพวกเขาว่าเหนื่อยมากเลยนะ แล้วพอผมระบายไป พ่อแม่เค้าก็จะให้กำลังใจผม ทำให้ผมกลับมาสู้เหมือนเดิม

Q : ความแตกต่างระหว่างชีวิตมัธยม กับมหาวิทยาลัยเป็นอย่างไรบ้างคะ

A : ส่วนตัวผมคิดว่าตอนมัธยม เราไม่ค่อยมีเวลาว่างเท่าใหร่ ถ้ามีก็แค่วันเสาร์กับอาทิตย์ เพราะจันทร์ถึงศุกร์ก็จะเป็นเวลาเรียน หลังเลิกเรียนก็มีกิจกรรมของโรงเรียนซะมากกว่า จะไม่มีเวลาว่างเลย แต่พอมหาวิทยาลัยแล้ว ทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวเรา ตอนเรียนเราไม่ไปก็ได้ ไปก็ได้ แถมเวลาว่างก็เยอะขึ้น เพราะเรียนแค่ 20 ชม. ต่ออาทิตย์เอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องมีวินัยในตัวเองด้วยนะครับ

Q : ตอนเลือกมหาวิทยาลัย มีใครคอยเป็นที่ปรึกษาบ้างมั้ยคะ

A : ตอนนั้นก็ได้ปรึกษากับทางโรงเรียน Bromsgrove ตลอดครับ ซึ่งได้รับคำแนะนำที่ดีมากเจ้าหน้าที่โรงเรียน แล้วก็ค้นหาข้อมูลเอาเองบนเว็บไซต์เองด้วยว่ามีมหาวิทยาลัยไหนที่เหมาะกับเรา หรือที่เราสนใจ ค้นหาวิชาที่เราอยากเรียน และจะนำไปใช้ในอนาคต

Q : ได้ประสบการณ์อะไรบ้างคะจากการไปเรียนที่อังกฤษครั้งนี้

A : ทำให้ผมเห็นประเทศที่มีผู้คนที่มีความคิดไม่เหมือนคนไทย เปิดโลกทัศน์ตัวเองมากขึ้น และก็มีโอกาสได้รู้จักตัวเองมากขึ้นเพราะมีเวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้นด้วย ความรับผิดชอบที่ต้องมีต่อตัวเองก็เยอะตาม

Q : เคล็ดลับความสำเร็จทั้งในการเรียน กิจกรรม และการใช้ชีวิตของเต็งหนึ่งคืออะไรคะ

A : ถ้าคิดว่าอยากจะทำอะไร ก็ให้เริ่มทำ อย่ามัวแต่คิดหรือลังเล เพราะเวลามันไม่เคยรอเรา ควรรีบไขว่คว้าทุกโอกาส ถ้าหากไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใคร

Q : อยากฝากอะไรถึงเพื่อนๆหรือน้องๆคนอื่นที่สนใจจะไปเรียนต่อต่างประเทศ แต่ยังลังเลอยู่มั้ยคะ

A : ก็ขอบอกเลยครับ มาเรียนอังกฤษไม่เสียดายเวลาแน่ มีอะไรให้ค้นหาอีกเยอะครับ แถมมีโอกาสได้พูดภาษาอังกฤษตลอดเวลาด้วย ได้เรียนรู้การใช้ชีวิต ได้เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆด้วยครับ

น้องตริน - ฉัตริน ศึกษาศิลป์

ผมเรียนอยู่ที่ Rydal Penrhos School ชั้น Year 13 ครับ รู้จักโรงเรียน Rydal Penrhos จากการไปงาน UK Education Exhibition organised by British Council ได้พบและสนทนากับ Head Master และ Deputy Head ซึ่งได้รับข้อมูลเกี่ยวกับโรงเรียนและข้อมูลเกี่ยวกับทุนการศึกษา ทางโรงเรียนจึงขอข้อมูลนักเรียนเกี่ยวกับผลการเรียนที่ผ่านมา และจัดให้มีการสอบทุนโดยให้ CETA ดูแลครับ จุดเริ่มต้นที่ทำให้ตัดสินใจมาเรียนต่อที่อังกฤษ เพราะผมสนใจด้านจิตวิทยาอยู่ครับ ประกอบกับอังกฤษเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านนี้ และเคยเรียนที่อังกฤษมาก่อน จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ตัดสินใจเลือกเรียนต่อที่ประเทศนี้ครับ ถ้าพูดถึงหลักในการเลือกโรงเรียน ผมจะดูจากที่อยู่ ค่าเล่าเรียน และตัวโรงเรียนครับ สำหรับ Rydal

Penrhos School การเยี่ยมชมโรงเรียนในครั้งแรกและได้รับทุนการศึกษาจากที่นี่ก็ช่วยผมตัดสินใจเลือกเรียนที่นี่ได้ไม่ยากครับ

เทคนิคการได้ทุนของผมก็คือ ต้องมีพื้นฐานพูดฟังภาษาอังกฤษที่ดีพอสมควรครับเพื่อใช้ในการสอบชิงทุน ประกอบกับผลการเรียนและกิจกรรมที่นอกเหนือจากการเรียนที่ผ่านมา สำหรับผมนะครับก็มีการเตรียมตัวอยู่แล้ว เพราะเป็นช่วงที่ผมกำลังจะเตรียมสอบ IGCSE อยู่แล้ว ในปีนี้ เนื่องจากเป็นปีสุดท้ายของการเรียน ทำให้ต้องเรียนค่อนข้างหนัก เพื่อเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย นอกจากนั้นยังมี Project งานค่อนข้างเยอะ และกิจกรรมอื่นๆ ของทางโรงเรียนให้ร่วมทำอีกด้วย โดยรักบี้เป็นกิจกรรมมีชื่อของโรงเรียนที่มีการแข่งขันถึงระดับโรงเรียน แต่เนื่องจากผมชื่นชอบด้านดนตรี จึงตัดสินใจเป็นมือกลอง แต่ด้วยความโชคดีของผมที่ช่วงนั้นขาดแคลนมือกลองมาก ทำให้ผมได้มีโอกาสร่วมเล่นดนตรีกับทุกวงในโรงเรียน นับว่าเป็นโอกาสและประสบการณ์ที่ดีมากครับ นอกจากนั้นผมยังมีโอกาสได้ร่วมแสดงละคร อีกทั้งยังมีความสนใจในกีฬาเรือใบ เพราะกีฬาเรือใบเป็นกีฬาที่ไม่มีในเมืองไทยครับ

ถ้าพูดถึงบรรยากาศในโรงเรียน ทุกอย่างดีมากครับ ทั้งเพื่อนก็น่ารัก คุณครูก็ช่วยเหลือผมทุกอย่าง ตั้งแต่การสมัครเข้ามหาวิทยาลัย เลือกคณะ รวมไปถึงการเขียนจดหมายยื่นทางมหาวิทยาลัยอีกด้วยครับ ในส่วนของที่พัก การอยู่หอทำให้ผมได้เรียนรู้วัฒนธรรมจากเพื่อนต่างชาติ ได้เห็นและเข้าใจในหลากหลายมุมมอง เข้าใจคนอื่น และรู้จักประยุกต์ใช้สิ่งที่เรียนมากับชีวิตประจำวัน นอกจากนั้นการอยู่หอพักยังทำให้ผมรู้จักปรับตัวทั้งด้านสังคมในการทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนในหอพัก และความรับผิดชอบในการจัดสรรเวลา เจ้าหน้าที่ดูแลหอพักเองก็ดูแลและให้คำปรึกษาดีมากครับ คอยสอบถามถึงการเรียนและเรื่องอื่นๆ เป็นประจำ เป็นเหมือนพ่อแม่อีกคนเลยครับ

การมาเรียนที่อังกฤษครั้งนี้ นอกจากความรู้ ผมยังได้ทั้งภาษาฝรั่งเศส ความรับผิดชอบที่มากขึ้น และเข้าใจคนอื่นมากขึ้นด้วยครับ สำหรับเคล็ดลับทางด้านการเรียน กิจกรรม และการใช้ชีวิตของผมคือ การจัดการด้านเวลาที่ดี แบ่งเวลาให้เหมาะสม นอกจากนั้นการศึกษา Course Syllabus ก่อนเริ่มเรียนก็ช่วยในการเตรียมตัวก่อนเรียน และช่วยทบทวนเนื้อหาก่อนการสอบได้มากทีเดียว

ตอนนี้ผมสนใจเลือกเรียนทางด้าน Psychology & Linguistics เนื่องจากได้ไปเรียนที่ Rydal ได้พบผู้คนมากขึ้น และสภาพแวดล้อมที่แตกต่างจากเดิม ทำให้เป็นจุดเริ่มต้นของผมที่จะเรียนทางด้านจิตวิทยาครับ ซึ่งตอนนี้ก็ได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยทั้ง 5 แห่งที่สมัครเลยครับ แต่ระบบ UCAS ที่ “ให้ผมเลือกขั้นสุดท้ายมีเพียง 2 แห่งคือที่ Oxford university คณะ Psychology & Linguistics และ Durham University คณะ Psychology”

อยากจะฝากถึงเพื่อนๆ หรือน้องๆ ที่สนใจจะเรียนต่อต่างประเทศว่า ความกล้าเป็นสิ่งที่สำคัญ เมื่อมีโอกาสเข้ามา ก็ต้องกล้าที่จะคว้าโอกาสนั้นไว้ แต่ถ้าไม่มีโอกาส ก็ต้องพาตัวเองเข้าไปอยู่ในโอกาส จงอย่ากลัวในสิ่งที่ไม่เคยทำ นอกจากนั้นผม

ยังคิดว่าหลักสูตรการเรียนการสอนที่อังกฤษยังเปิดโอกาสให้นักเรียนได้มีอิสระในการเลือกเรียน เพราะได้เรียนในวิชาเฉพาะที่นักเรียนมีความสนใจอยู่ ซึ่งเหมาะสมอย่างมากกับทุกๆ คนที่อยากจะเรียนแบบเจาะลึกในวิชาเฉพาะที่ตัวเองมีความสนใจครับ

น้องเต็งหนึ่ง - พีรวิชญ์ ศศลักษณานนท์

น้องเต็งหนึ่ง – พีรวิชญ์ ศศลักษณานนท์

คุณครูที่นี่ดีมากครับ ถ้าผมไม่เข้าใจ ครูก็จะนัดวันให้ผมมาเรียนเพิ่มเติม ทุกวันเสาร์ก็จะมีการเปิดชั้นเรียนพิเศษให้กับนักเรียนที่เรียนไม่ทันด้วย บรรยากาศที่โรงเรียนสวยมาก อาคารเรียนจะออกสไตล์เก่าแก่ แต่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ไม่ว่าจะเป็นห้องคอมพิวเตอร์ ห้องอาหาร ศูนย์กีฬา ห้องนั่งเล่น

แรกๆ ที่เป็นนักเรียนประจำใหม่ๆ ก็มีเหงาบ้างครับ เพราะยังไม่มีเพื่อน ไม่ค่อยกล้าคุยกับใครเท่าไหร่ แต่หลังจากนั้นไม่นานก็เริ่มรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน เพราะทุกคนเป็นกันเองมาก ตั้งแต่เป็นนักเรียนประจำ ทำให้ผมได้เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่น รู้จักความเกรงใจ รู้จักรักษาความสะอาดเพื่อส่วนรวม และมีความรับผิดชอบต่อตนเองมากขึ้น ครูประจำหอพักก็ใจดีมาก ถ้าผมดูท่าทางเศร้าหรือมีเรื่องไม่สบายใจ ครูจะคอยเข้ามาถามตลอดว่าเป็นอะไรหรือเปล่า แล้วก็มี House Parents ช่วยดูแลให้คำปรึกษาเรื่องการเรียน

การปรับตัวอย่างแรกของผมคือเรื่องนิสัย บางครั้งผมไม่เข้าใจวัฒนธรรมของที่นี่ ก็มีการแลกเปลี่ยนความรู้กัน ผมอยากจะบอกว่าอังกฤษเป็นประเทศที่น่าเรียนมาก อากาศก็ดี ตัวผมเองมาเรียนที่นี่ก็ทำให้ได้รู้จักตัวเองมากขึ้น เวลาว่างก็ได้มีโอกาสทบทวนว่าตัวเองชอบทำอะไร และอยากเป็นอะไรในอนาคต รวมทั้งได้เรียนรู้เรื่องมารยาทและวัฒนธรรมของชาวอังกฤษด้วย

น้องธัช - ธีธัช เสนาจักร

น้องธัชธีธัช เสนาจักร

โรงเรียนที่ธัชเรียนเป็นโรงเรียนเก่าแก่และกว้างขวางมาก แต่อบอุ่นน่าอยู่ เพื่อนๆ ก็เป็นกันเอง โรงเรียนมีสนามกีฬาขนาดใหญ่และหลากหลายประเภท ทั้งสนามฟุตบอล ฮอกกี้ คริกเก็ต ซอฟต์บอล สระว่ายน้ำ ธัชได้ร่วมกิจกรรมหลายอย่าง ทั้งแข่งวิ่ง แข่งฟุตบอล แข่งปิงปอง และตั้งวงดนตรีกับเพื่อน

การอยู่ประจำก็ดีนะครับ เพราะทำให้เราได้เรียนรู้การดูแลตัวเอง ตรงต่อเวลา มีความรับผิดชอบ และรู้จักการปรับตัวให้เข้ากับคนอื่น ครูประจำบ้านพักก็ให้ความช่วยเหลือดี ดูแลใกล้ชิดมาก ติดขัดอะไรก็ถามได้ตลอด แล้วก็มีติวเตอร์ประจำบ้าน ถ้าวิชาไหนที่เรียนอ่อนก็จะมีการปรับกลุ่มเพื่อให้เรียนดีขึ้น

ธัชจะสนิทกับ Guardian มาก ธัชว่าเราควรมี Guardian เพราะเวลามีปัญหาเขาสามารถจัดการได้ทันที Guardian ของธัชดูแลดีมาก ช่วยเหลือทุกอย่างได้อย่างรวดเร็ว

การมาเรียนที่อังกฤษในช่วงแรกๆ อาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งเรื่องภาษา เรื่องการปรับตัว แต่ใช้เวลาไม่นานทุกอย่างก็เริ่มเข้าที่ เพราะธัชได้เพื่อนดี ครูดี พี่ๆ ที่ CETAก็ดูแลดีมาก ทุกครั้งที่ติดต่อเพื่อขอความช่วยเหลือ จะได้รับคำตอบเร็วมาก

น้องนาย - วิรดา ศศลักษณานนท์

น้องนาย – วิรดา ศศลักษณานนท์

ที่อังกฤษจะเรียนแตกต่างจากไทย โดยเน้นสอนให้เด็กเข้าใจมากกว่าให้ท่องจำอย่างเดียว ขณะเดียวกันก็ให้นักเรียนทำกิจกรรมควบคู่ไปด้วย หลังเลิกเรียนจะมีกิจกรรมทำทุกวัน ส่วนใหญ่จะเป็นกิจกรรมกีฬา ครูก็ดีมากเลยค่ะ เป็นกันเองและใจดี เวลามีปัญหาเราสามารถเข้าไปขอความช่วยเหลือกับครูได้ ไม่ต้องกลัวเลย ครูจะเป็นเพื่อนและคอยอยู่เคียงข้างเราเสมอ เพียงแต่เราต้องกล้าพูดกล้าคุย ต้องทำกิจกรรมเยอะๆ จะได้รู้จักคนมากขึ้น ที่สำคัญ ต้องจริงใจด้วยค่ะ

โรงเรียนที่นายเรียนอยู่นี้กว้างขวางมาก สภาพแวดล้อมก็ดี น่าอยู่ มีพื้นที่ให้เราทำกิจกรรมเยอะมาก มีต้นไม้บริเวณรอบๆ โรงเรียน มีสระว่ายน้ำ ห้องฟิตเนส สนามกีฬากลางแจ้ง ห้องกีฬาขนาดใหญ่ ซึ่งเราเข้าไปเล่นตอนไหนก็ได้ ใครไม่มีอุปกรณ์ก็สามารถยืมอุปกรณ์ของโรงเรียนได้ ใครที่ชอบเล่นกีฬามาเรียนที่นี่รับรองว่าสนุกแน่นอนค่ะ

ชีวิตนักเรียนประจำฝึกให้นายรู้จักช่วยเหลือตัวเองมากขึ้น ได้รู้จักความอดทนและเข้มแข็งขึ้น ตอนอยู่หอแรกๆ นายร้องไห้เป็นอาทิตย์เลย คิดว่าตัวเองจะอยู่ไม่ได้เสียแล้ว เพราะคิดถึงบ้านมาก แล้วก็ค่อนข้างกังวลเรื่องการเรียน นายเคยขอพ่อกลับเมืองไทย แต่พ่อบอกว่าต้องเข้มแข็ง ให้ลองอยู่ดูก่อน ผ่านไปไม่นาน เวลาช่วยเราได้ค่ะ เวลาคิดถึงบ้านก็ใช้วิธีโทรศัพท์หาครอบครัว ตอนนี้นายมีความสุขกับชีวิตที่นี่มาก ย้อนคิดกลับไปถ้าตอนนั้นถอดใจกลับบ้าน คงจะเป็นการตัดสินใจที่ผิดมากเลยค่ะ

การมาเรียนเมืองนอกโดยไม่มีพ่อแม่มาอยู่ด้วย บางครั้งก็รู้สึกท้อ เหงา แต่นายเชื่อว่าทุกคนจะผ่านจุดนั้นไปได้ เวลาจะช่วยเราได้ค่ะ สำหรับเพื่อนๆ ที่อยากมาเรียนที่อังกฤษ ก่อนจะมาควรไปเรียนเสริมภาษาอังกฤษก่อน ฝึกพูดเยอะๆ หัดเขียนเรียงความเป็นภาษาอังกฤษ เพราะที่นี่มีเขียนเรียงความตลอด อังกฤษเป็นประเทศที่น่าเรียนและปลอดภัยมาก อากาศก็ดี ใครจะมาเรียนต้องขยัน ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวการบ้านจะท่วมตัว (หัวเราะ)

น้องหนุน - พีรวัส ศศลักษณานนท์

น้องหนุน – พีรวัส ศศลักษณานนท์

หนุนมาเรียนที่ Bromsgrove School ได้ประมาณหนึ่งปีแล้วครับ การเรียนก็ไม่ค่อยยากเท่าไหร่ บรรยากาศที่โรงเรียนก็ร่มรื่นดี มีสนามกีฬาขนาดใหญ่ทั้งในร่มและกลางแจ้ง ครูที่นี่ดูแลผมดีมาก หอพักที่นี่ก็ทันสมัยดี มีความสะดวกสบาย หนุนได้แชร์ห้องอยู่กับเพื่อนรวม 6 คน เพราะห้องของหนุนใหญ่กว่าห้องอื่น ส่วนใหญ่จะเป็นเพื่อนนักเรียนแลกเปลี่ยนคนไทยที่มาเรียนที่นี่หนึ่งเทอม สนุกดีครับ เพื่อนๆ เข้ากันได้ดีทุกคน การอยู่หอพักทำให้เรามีเวลาได้ทำการบ้านทุกวัน เพราะครูจัดเวลาให้ และช่วยเหลือในการทำการบ้าน ได้คุยกับเพื่อนบ่อยๆ พออยู่นานๆ ไปก็ปรับตัวได้เอง อาหารที่นี่ก็อร่อยดี เมนูเปลี่ยนใหม่ทุกวัน

มาเรียนที่นี่มีข้อดีหลายอย่าง ทำให้ได้ฝึกภาษาอังกฤษ ได้ออกกำลังกายมากกว่าตอนอยู่เมืองไทย ทำให้หนุนเล่นกีฬาได้ดีขึ้น ตอนนี้ได้เข้าร่วมทีมกีฬารักบี้กับทางโรงเรียนด้วย รวมทั้งได้เจอเพื่อนจากหลากหลายประเทศ ถึงจะไม่ได้เจอพ่อแม่และอยู่ไกลจากบ้านเกิด แต่ก็อยากให้ทุกคนมุ่งมั่นตั้งใจครับ

น้องนาตาลี - ณัทาลี สุขประสงค์ผล

น้องนาตาลี – ณัทาลี สุขประสงค์ผล

ส่วนตัวหนูมีความฝันอยากเรียนต่างประเทศอยู่แล้ว อังกฤษเป็นประเทศหนึ่งที่ได้ชื่อว่ามีระบบการศึกษาดีที่สุดในโลกก็เลยสนใจอยากไปเรียน จนกระทั่งสอบชิงทุนมาเรียนต่อที่โรงเรียน Westbourne School ได้ เป็นทุนค่าเล่าเรียนเต็มจำนวนเป็นเวลา 2 ปี เพื่อเรียน Year 10-11 ในหลักสูตร GCSE โดยทาง CETA ได้ให้ความช่วยเหลือแทบทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสมัครเรียน การจัดสอบ การขอวีซ่า หรือติดต่อกับโรงเรียน ทำให้มีความพร้อมและเตรียมตัวได้ดีขึ้น

โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก ทำให้ทุกคนรู้จักกันหมด บรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง ทุกคนมีน้ำใจ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ไม่มีการแบ่งแยกเชื้อชาติศาสนาเลย อยู่แล้วสบายใจค่ะ มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทั้งหนังสือ คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ อุปกรณ์กีฬา อินเทอร์เน็ต และอื่นๆ ตามความจำเป็น

นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่หนูได้อยู่ Boarding รู้สึกดีใจและภูมิใจในตัวเองมาก อยู่ที่นี่ได้ทำอะไรเองหลายอย่าง เช่น ทำกับข้าว ซักผ้า รีดผ้า ไม่เหมือนกับตอนอยู่เมืองไทยที่มีคนคอยทำให้ ที่สำคัญคือต้องมีระเบียบวินัยในตนเอง รู้จักแบ่งเวลาให้เป็น เล่นคือเล่น เรียนคือเรียน ต้องจัดห้องพัก ทำความสะอาดเอง ทำให้มีความรับผิดชอบมากขึ้น

การปรับตัวอย่างแรกของหนูคือการนอนในห้องเดียวกับคนที่เราไม่รู้จักมาก่อน หนูได้แชร์ห้องกับเพื่อนชาวสเปนที่อายุเท่ากันและเรียนอยู่ห้องเดียวกัน ถึงแม้จะไม่ได้สนิทกันมาก แต่ก็พูดคุยและช่วยเหลือกันได้อย่างไม่มีปัญหา กลายเป็นว่าการอยู่ร่วมกับคนอื่นเป็นประสบการณ์ที่ดี ทำให้เราได้รู้จักปรับตัวมากขึ้น หอพักของหนูมีนักเรียนหลากหลายสัญชาติ แน่นอนว่าแต่ละคนมีนิสัยใจคอและมาจากวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ซึ่งจะต้องมีการปรับตัวเข้าหากัน ทำให้ทุกคนในหอรู้จักกันดี มีความสนิทสนมและผูกพันกัน คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เป็นบรรยากาศที่อบอุ่นเต็มไปด้วยความรัก

เจ้าหน้าที่ดูแลหอก็เอาใจใส่เด็กทุกคนเป็นอย่างดี เวลามีปัญหาหรือไม่สบายใจก็สามารถปรึกษาได้ และช่วยเหลือเราอย่างดีที่สุด หนูรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่ในครอบครัว แต่ละหอพักจะมี Blog ให้ทุกคนเข้าไปเขียน ทำให้ผู้ปกครองได้รับรู้ข่าวคราวความเป็นไปในหอ และผู้ปกครองยังสามารถติดต่อกับผู้ดูแลหอได้ตลอดเวลา ทั้งทางโทรศัพท์และอีเมล

การเรียนการสอนของไทยกับอังกฤษแตกต่างกันค่อนข้างมาก ประเทศเขาสอนให้เด็กคิดวิเคราะห์และประยุกต์ แต่ของไทยส่วนใหญ่จะเน้นท่องจำ แล้วที่อังกฤษเวลาเด็กไม่เข้าใจ เขาจะยกมือถาม คุณครูที่อังกฤษจะเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของนักเรียนมากกว่า สามารถพูดคุยถึงความคิดที่แตกต่างกันได้มากกว่า ทางโรงเรียนจะมี Tracking report สรุปผลการเรียนทุกวิชาของนักเรียนแต่ละคน แล้วส่งให้ผู้ปกครองทุกเดือน ทำให้ได้ทราบถึงความคืบหน้าในการเรียน รวมทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนของเรา เพื่อปรับปรุงได้ถูกทาง ส่วนถ้าเป็นเรื่องทั่วไปก็สามารถขอคำแนะนำหรือขอความช่วยเหลือจากคุณครูได้ตลอดเวลา

น้องมอส - ณัฐพัฒน์ คมวุฒิชัย

น้องมอส – ณัฐพัฒน์ คมวุฒิชัย

ก่อนหน้านี้ผมเคยไป Summer Course กับ CETA เพื่อฝึกภาษาที่โรงเรียน Concorde International เมือง Canterbury ประเทศอังกฤษ เป็นการเดินทางไปต่างประเทศครั้งแรก ก็ตื่นเต้นนิดหน่อย และได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆ รวมทั้งได้สัมผัสกับวัฒนธรรมอังกฤษด้วย หลังจากนั้นก็ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนจริงๆ คือ Chaucer Technology College ก็เป็นช่วงเวลาที่ผมได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ เพิ่มมากขึ้น

การไปเรียนครั้งนั้น ผมได้ทดลองใช้ชีวิตอยู่กับโฮสท์แฟมิลี่ ได้ฝึกพูดภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษา ทำให้ตัดสินใจที่จะไปเรียนต่อที่อังกฤษในคอร์ส GCSE ซึ่งจะเรียนใน Year 10 – 11 วิชาที่ต้องเรียนมี 8 วิชา เป็นวิชาบังคับ 4 วิชา คือ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ และวิชาเลือกอีก 4 วิชา ซึ่งหนึ่งในนั้นจะต้องมีวิชาเกี่ยวกับภาษาด้วย เช่น ภาษาอังกฤษ สเปน ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี ส่วนอีก 3 วิชาจะเลือกตามความสนใจของแต่ละคน เช่น Geography, History, Design technology (DT), Religion studies (RS) , Business studies, PE, Drama, Music ในหนึ่งสัปดาห์จะมีการบ้านอย่างน้อยวันละ 3 วิชา ข้อไหนทำไม่ได้คุณครูก็จะคอยให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี

การปรับตัวเข้ากับเพื่อนช่วงแรกลำบากอยู่บ้าง เพราะภาษาของผมยังไม่ค่อยคล่อง แต่พอผ่านไปก็เริ่มมีเพื่อนเพิ่มขึ้น จนสุดท้ายทุกอย่างก็ลงตัว เพื่อนที่นี่ส่วนใหญ่เป็นคนอังกฤษครับ มีคนจีนอยู่ประมาณ 20 กว่าคน คนไทย 4 คน นอกนั้นก็มาจากอิตาลี สเปน เยอรมัน เวียดนาม อเมริกา และรัสเซีย

บรรยากาศของโรงเรียนร่มรื่นดีครับ ต้นไม้เยอะ โดยเฉพาะเมือง Warminster นี้ไม่ค่อยมีรถยนต์ เพราะเป็นเมืองที่ไม่ใหญ่มาก อากาศดี เย็นสบาย แต่ช่วงหน้าหนาวจะหนาวมาก ที่โรงเรียนมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ห้องน้ำก็มีอยู่เกือบทุกที่ โรงอาหารก็โอเคครับ เวลาทำการบ้านใน Boarding House ส่วนใหญ่จะเป็นช่วง 19.00 – 21.00 น. ส่วนเวลาพักเที่ยงหรือพักบ่ายก็สามารถไปทำการบ้านที่ห้องสมุดได้

ช่วงแรกที่อยู่หอพักของโรงเรียน ผมรู้สึกแปลกๆ อยู่บ้างที่ต้องแชร์ห้องนอน ห้องน้ำ กับคนอื่น แต่พอเวลาผ่านไปทุกอย่างก็ดีขึ้น รูมเมทของผมเป็นชาวอังกฤษและเป็นเพื่อนชั้นเดียวกัน อยู่ด้วยกันมาจะสองปีแล้ว ก็มีความสุขดี ต่างคนต่างเข้าใจกัน ช่วยเหลือพึ่งพากัน เป็นการเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่กับผู้อื่น เกรงใจซึ่งกันและกัน รู้จักการรับและการให้

การอยู่หอพักเราต้องเป็นคนที่ต้องตรงต่อเวลา รู้จักวางแผนเรื่องเวลาให้ดี ทำอะไรก็ต้องเผื่อเวลาไว้ ช่วงแรกๆ ผมทำอะไรไม่ค่อยทันคนอื่น แต่ตอนนี้โอเคแล้ว ครูประจำหอพักจะดูแลเราทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นตอนเจ็บป่วยหรือมีปัญหา เวลาว่างส่วนใหญ่ผมจะเข้าโรงยิม หรือไม่ก็เตะบอลกับเพื่อน ถ้าหอพักปิดก็จะไปอยู่กับโฮสท์แฟมิลี่แถวเมือง Bath ได้เข้าเมืองใหญ่ไปเดินเล่นหาอะไรอร่อยๆ ทาน

การมาเรียนที่นี่ก็ดีนะครับ ได้เรียนรู้อะไรเยอะเลย ได้ใช้ชีวิตแบบใหม่ที่แตกต่างออกไป ได้ฝึกภาษาอังกฤษ เรียนรู้การใช้ชีวิต การเอาตัวรอด การปรับตัว การเรียนรู้คนประเภทต่างๆ และรู้จักตัดสินใจด้วยตัวเอง

น้องแกเบรียล – ชัช ทัตติยกุล

น้องแกเบรียล – ชัช ทัตติยกุล

ตอนนี้ผมเรียนอยู่ที่ Trinity School Teignmouth – Lower Sixth Form มาประมาณ 1 ปีแล้วครับ ผมเตรียมตัวโดยการเรียนพิเศษก่อนมาที่อังกฤษครับ แต่พอมาอยู่จริงๆแล้วคิดว่าการฝึกฝนโดยการท่องศัพท์จะได้ผลดีกว่าครับ ยิ่งท่องมากก็ยิ่งพัฒนาไวครับ

บรรยากาศโดยรอบโรงเรียนก็ดีครับ สวยงามดี ปกติแล้วนักเรียนจะเลือกวิชาเรียน 3-4 วิชาครับ แต่ผมคิดว่าถ้าทุ่มเทให้กับการเรียนแค่ 3 วิชาจะทำให้ได้ผลออกมาดีกว่าครับ คุณครูที่นี่จะใส่ใจเด็กทุกคน อันนี้ขึ้นอยู่กับตัวนักเรียนด้วยครับ ถ้าไม่เข้าใจก็ต้องรู้จักถามเพราะคุณครูเขาจะไม่สอนเนื้อหาซ้ำๆครับ ถ้าเราถามเค้าจะมาอธิบายให้เข้าใจง่ายขึ้น

ในเรื่องการปรับตัว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความมีน้ำใจครับ ถ้าเรารู้จักมีน้ำใจก็จะมีเพื่อนมากครับ ยิ่งถ้าเรามีความสนใจตรงกันด้วยแล้ว ก็จะเข้ากันได้เร็วเลยครับ สิ่งสำคัญคือต้องรู้จักพูดคุยและเข้าหาผู้อื่นครับ

การมาอยู่หอพักเป็นเรื่องที่ดีนะครับ ทำให้เราได้รู้จักกับเพื่อนใหม่ๆ ได้พูดคุย ปรึกษา ทำกิจกรรมและช่วยเหลือกัน ทางหอพักจะมีเวลาให้ทบทวนบทเรียนในช่วงหกโมงเย็นถึงสองทุ่มโดยประมาณครับ ถ้าต้องการทบทวนบทเรียนเพิ่มเติมก็สามารถทำได้ครับ ที่สำคัญต้องรู้จักแบ่งเวลาครับ เพราะทางโรงเรียนจะมีกิจกรรมให้เลือกทำนอกเหนือจากบทเรียนด้วยครับ

น้องเชอรี่ – เพชรรัตน์ บุศปพงศ์

น้องเชอรี่ – เพชรรัตน์ บุศปพงศ์

อายุ 15 ปี Year 10

จริงๆ เชอรี่ไม่มีแผนจะมาเรียนที่อังกฤษตั้งแต่แรก แต่พอดีมีเพื่อนชวนไปสอบที่โรงเรียน Badminton ก็เลยถามคุณพ่อคุณแม่ว่าถ้าสอบได้จะให้ไปเรียนมั้ย ท่านก็อนุญาต จากนั้นเชอรี่ก็หาข้อมูลของโรงเรียน อีกส่วนหนึ่งก็ได้ใช้บริการของ CETA ซึ่งจัดให้ใช้สถานที่สอบ และช่วยเหลือเรื่องการทำวีซ่า

Badminton เป็นโรงเรียนหญิงล้วนขนาดไม่ใหญ่มาก มีนักเรียนประมาณ 400 คน ทำให้บรรยากาศมีความอบอุ่นเป็นกันเอง โดยเฉพาะระหว่างเพื่อนๆ และกับคุณครูที่สอนแต่ละวิชา ส่วนคุณครูที่ดูแลประจำหอพักก็ให้ความเป็นกันเองมากให้อิสระพอสมควร ส่วนนักเรียนชาวอังกฤษที่เป็นนักเรียนไป-กลับ ผ่านไปหนึ่งเทอมก็รู้จักกันดีทุกคน วันเสาร์ก็หอบการบ้านมาทำกับนักเรียนประจำอย่างพวกเรา ที่โรงเรียนจัดมุมทำการบ้านในห้องสมุดให้เป็นประจำด้วย

ระบบการเรียนการสอนของที่นี่เน้นการแสดงความคิดเห็น การแสดงออก และเปิดโอกาสให้นักเรียนสูง ทำให้สามารถค้นหาความชอบที่แท้จริงของตนเอง เพื่อตัดสินใจเลือกเรียนและเลือกอาชีพที่ตัวเองชอบและถนัดในอนาคตได้ไม่ยาก กิจกรรมของโรงเรียนก็มีทั้งดนตรี การแสดง กีฬา ซึ่งในแต่ละเทอมอาจจะแตกต่างกันบ้าง ใครเก่งด้านดนตรีก็อาจได้รับคัดเลือกไปร่วมแสดงทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน

สำหรับเชอรี่เองชอบกีฬา ก็ได้รับคัดเลือกให้เป็นตัวแทนของโรงเรียนไปแข่งกีฬากับโรงเรียนอื่นอยู่เป็นระยะๆ โดยแบ่งเวลาในการฝึกซ้อมได้ไม่เป็นอุปสรรคในการเรียนหรือการทำการบ้านเลย เพราะการเป็นนักเรียนประจำทำให้มีเวลามากพอที่จะจัดสรรเวลาได้ นอกจากนี้ที่โรงเรียนยังมีแคมป์ปิ้ง กางเต็นท์พักค้างแรมร่วมกับเพื่อนๆ สนุกและตื่นเต้นดี แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ เพราะความปลอดภัยถือเป็นเรื่องใหญ่ที่โรงเรียนให้ความสำคัญอยู่แล้ว

บรรยากาศของ Boarding ที่ Badminton มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ครบครันสำหรับนักเรียนประจำ เช่น เครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า เตารีด ไมโครเวฟ เตาอบ จานชาม โทรทัศน์ วิดีโอ คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต ห้องสันทนาการ ห้องอาหาร ห้องฟิตเนส สระว่ายน้ำ สนามกีฬาประเภทต่างๆ ภายในห้องนอนก็มีฟูก ตู้เสื้อผ้า โต๊ะเขียนหนังสือ โคมไฟ ส่วนห้องน้ำและห้องอาบน้ำแยกจากห้องนอน แต่ก็มีทุกชั้นค่ะ

การใช้ชีวิตประจำวันใน Boarding จะมีการทบทวนบทเรียนหรือทำการบ้านช่วงค่ำๆ และวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ยิ่งเรียน Year สูงขึ้นก็ยิ่งเรียนหนักขึ้น ต้องมีการอ่านหนังสือทบทวนและเตรียมแผนการเรียนล่วงหน้า ช่วงเวลาพักผ่อนก็ดูโทรทัศน์ ร้องเพลงกับเพื่อน เฮฮาสนุกสนาน ผ่อนคลาย ถึงวันเกิดใครก็มีการจัดปาร์ตี้เล็กๆ ฉลองกัน หรือบางครั้งก็ไปออกกำลังกายที่ห้องฟิตเนสหรือวิ่งรอบสนาม ส่วนในวันหยุดสุดสัปดาห์ทางโรงเรียนมักจะพาออกไปทัศนศึกษานอกโรงเรียนทั้งไกลและใกล้ เพื่อให้ได้ประสบการณ์และทำให้นักเรียนไม่เหงาด้วย

การอยู่ Boarding ให้อะไรกับเชอรี่มากมาย ทำให้รู้จักรับผิดชอบ รู้จักแบ่งเวลา และการเข้าสังคมกับเพื่อนๆ ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม มีความแตกต่างด้านทัศนคติ ความชอบ และอุปนิสัย เป็นการเปิดมุมมองใหม่ๆ ในการทำความเข้าใจกับพฤติกรรมของมนุษย์ด้วย การปรับตัวใน Boarding เชอรี่ว่าขึ้นอยู่กับตัวเราเอง ถ้าเรายึดถือตัวเองเป็นศูนย์กลาง เคยทำตัวอย่างไรที่บ้านก็ทำอย่างนั้น ไม่ยอมปรับตัว ก็คงจะลำบาก เพราะแต่ละคนก็มาจากหลากหลายครอบครัว วัฒนธรรม มีทัศนคติที่แตกต่าง เชอรี่คิดง่ายๆ ว่าทุกคนเป็นเพื่อนกัน ต้องช่วยเหลือดูแล และให้อภัยกัน

สำหรับเชอรี่ Homesick น้อยมาก เพราะที่โรงเรียนมีอะไรให้ทำเยอะมาก ทั้งสนุกสนานและมีความสุขกับเพื่อนๆ รวมทั้งการเรียนการสอนที่จัดหนักขึ้นเรื่อยๆ รู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วมาก เลยไม่ค่อยมีเวลาเหงาเท่าไหร่ อีกอย่างการติดต่อกับคุณพ่อคุณแม่ก็สะดวกมาก ไม่ว่าจะเป็น LINE, Tango ส่วนใหญ่เชอรี่จะติดต่อทางบ้านเฉพาะวันหยุดค่ะ ก็ได้รับรู้ข่าวคราวของครอบครัว รวมทั้งส่งข่าวชีวิตความเป็นอยู่ของเราให้ทางบ้านรู้ด้วย เวลาแต่ละวันผ่านไปเร็วมาก แป๊บเดียวก็ได้กลับบ้านแล้ว

เชอรี่อยากแนะนำเพื่อนๆ ที่ต้องการจะไปเรียนต่อที่สหราชอาณาจักร ก่อนอื่นให้ถามใจและความพร้อมของตัวเองก่อน ไม่ใช่ตามใจพ่อแม่ จากนั้นก็เตรียมความพร้อมเรื่องภาษาอังกฤษให้ดี ที่สำคัญน่าจะศึกษาโรงเรียนที่จะเลือกเข้าเรียน และอาจจะหาโอกาสไป Visit โรงเรียน จะทำให้เห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น และเลือกโรงเรียนได้ถูกใจด้วย รวมทั้งสอบถามข้อมูลจากทางเอเจนซี่ในเมืองไทย สอบถามผู้ปกครองที่เคยส่งลูกไปเรียน เรียกว่าหาข้อมูลให้ได้มากที่สุดยิ่งดี

น้องบุ๊ค - รัตตา กำธรกิจตระกูล

น้องบุ๊ค – รัตตา กำธรกิจตระกูล

บุ๊คสนใจเรียนคอร์ส 1 year GCSE แต่โรงเรียนส่วนใหญ่ที่เปิดสอนหลักสูตรนี้มักจะเป็น International School ซึ่งมีนักเรียนไทยค่อนข้างเยอะ ทำให้ไม่ค่อยได้ฝึกภาษา แต่ที่โรงเรียน Oswestry School นักเรียนส่วนใหญ่เป็นชาวอังกฤษ ก็เลยตัดสิน-ใจเลือกโรงเรียนนี้ค่ะ

หลักสูตร 1 year GCSE จะแตกต่างกับหลักสูตร 2 years GCSE คือ มีเวลาเรียนแค่หนึ่งปี แต่เนื้อหาเท่ากับหลักสูตร 2 ปี เพราะฉะนั้นต้องมีความขยัน และมีความรับผิดชอบมากกว่า เพราะการบ้านเยอะกว่า ขณะเดียวกันก็ยังต้องทำกิจกรรมภายในโรงเรียนและหอพักไปด้วย ทางโรงเรียนจะมีชมรมต่างๆ ให้เลือก เราสามารถไปเข้าชมรมได้ตอนพักเที่ยงหรือหลังเลิกเรียน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมของโรงเรียนและกิจกรรมในหอพักด้วย ปกติเวลาในการทบทวนบทเรียนจะเป็นช่วง 18.30-20.30 น. ของวันจันทร์ถึงศุกร์ และเวลา 18.15-19.15 ของวันอาทิตย์ค่ะ

วันแรกที่เข้าเรียน บุ๊คกลัวมากว่าจะฟังครูไม่รู้เรื่อง แต่เอาเข้าจริงก็ไม่ได้เป็นอย่างที่คิด ครูพยายามพูดช้าๆ ให้เราเข้าใจ คอยเดินมาถามว่าทำได้มั้ย คงเพราะห้องเรียนมีนักเรียนแค่ 15 คน ทำให้ครูสามารถดูแลนักเรียนได้ทั่วถึง เวลาทำการบ้านหลังเลิกเรียนก็จะมีครูคอยให้คำปรึกษา ช่วยสอนในเรื่องที่เราไม่เข้าใจ ดูแลเราจนถึงเวลาเข้านอน

วิธีแบ่งเวลาของบุ๊ค คือ เราต้องแยกแยะว่าเวลาไหนต้องทำอะไร เวลาทำการบ้านก็ต้องทำให้เสร็จ เวลาเรียนก็ต้องตั้งใจเรียน หลังจากนั้นจะได้มีเวลาว่างไปร่วมกิจกรรมต่างๆ ได้ ที่โรงเรียนมีหอพักทั้งแบบห้องรวมและห้องเดี่ยว ห้องรวมจะนอนห้องละ 3-5 คน มีโต๊ะเรียน ตู้เสื้อผ้า โต๊ะวางของ และห้องน้ำแบบรวม ส่วนห้องเดี่ยวจะได้นอนคนเดียว และมีห้องน้ำส่วนตัว ภายในหอมีห้องนั่งเล่นให้ดูโทรทัศน์ เล่นเกม นั่งคุยกับเพื่อน  มีห้องครัวไว้ให้ทำอาหาร

สำหรับบุ๊คชีวิตในโรงเรียนประจำสนุกดีค่ะ เราได้อยู่กับเพื่อนมากขึ้น ได้ทำกิจกรรมเยอะขึ้น ทำให้รู้จักรับผิดชอบตัวเองมากขึ้น เพราะต้องทำอะไรหลายๆ อย่างเอง บุ๊คว่าตอนอยู่ Boarding ไม่ต้องปรับตัวอะไรมาก ถ้าแชร์ห้องกับคนอื่นก็พยายามปรับตัวให้เข้ากับรูมเมทให้ได้ ปฏิบัติตามกฎระเบียบของหอพัก และรับผิดชอบตัวเองให้มากที่สุด ครูที่ Boarding ก็เอาใจใส่ดี ครูจะมาปลุกเราตอนเช้า ส่งเราเข้านอนทุกคืนเลยค่ะ เวลามีเรื่องไม่สบายใจก็สามารถพูดคุยกับครูได้ตลอดเวลา

บุ๊คว่าทุกคนที่มาเรียนที่นี่ ตอนแรกๆ อาจจะรู้สึกไม่มั่นใจ ไม่กล้าพูดภาษาอังกฤษเท่าไหร่ แต่ถ้าเราไม่พูดก็จะไม่มีสังคม ไม่มีเพื่อน เพราะเด็กที่นี่มาวันแรกๆ เขาจะเข้ามาทักเราเลย ถ้าเราไม่พยายามคุยต่อ ครั้งต่อไปเขาก็จะไม่อยากคุยกับเราอีก วิธีปรับตัวของบุ๊คคือ พูดไว้ก่อน จะถูกจะผิดก็ไม่เป็นไร ไม่รู้ศัพท์ก็เปิดดิกชันนารีเอา

การมี Guardian บุ๊คว่าจำเป็นนะคะ เขาทำหน้าที่ผู้ปกครองแทนพ่อแม่ของเรา คอยดูแลเรา มาหาที่โรงเรียนบ้าง ช่วยหาที่พักตอนหอพักปิดหรือช่วงปิดกลางภาคให้ คอยติดต่อแท็กซี่ให้มารับจากสนามบินไปส่งที่โรงเรียนหรือไปบ้านโฮสท์แฟมิลี่

ถ้าใครที่อยากมาเรียนต่างประเทศ ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อน ถามตัวเองให้แน่ใจ เพราะถ้าเลือกที่จะมาแล้วจะกลับไปยาก อย่ากลัวที่จะมา อย่ากลัวที่จะพูดภาษาอังกฤษ ถึงจะพูดไม่ค่อยได้ก็แค่กล้าพูดออกมา จะสามารถพัฒนาได้เร็วกว่าคนที่ไม่พูดเลย พยายามปรับตัวเข้าหาคนอื่นและรับผิดชอบตัวเองให้มากที่สุด เพราะเวลาอยู่ต่างประเทศจะไม่มีพ่อแม่มานั่งตามใจเรา ตัดสินใจให้เรา ทำนู่นทำนี้ให้ ทุกอย่างเราต้องทำด้วยตัวเองค่ะ

น้องแบม

น้องแบม พิชญา เตชะกิจเกรียงไกร

การเรียนที่โรงเรียนในอังกฤษถือว่าดีมาก เพราะเป็นการเรียนที่เน้นความเข้าใจโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ส่วนเรื่องของความยากง่ายขึ้นอยู่กับความถนัดในแต่ละด้านของเรา บรรยากาศที่โรงเรียนก็ร่มรื่น มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น มีล็อกเกอร์ส่วนตัวในห้องเรียนเพื่อเก็บหนังสือหรือชุดพละ แล้วยังสามารถใช้คอมพิวเตอร์ในเวลาว่างเพื่อทำการบ้านได้ด้วย ส่วนเวลาทบทวนบทเรียนหรือทำการบ้านจะเป็นช่วงหลังเลิกเรียนในเวลา 17.00-18.30 น. กิจกรรมที่หนูได้เข้าร่วมก็มีฟิตเนส คลับ ทริปไปพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่เมือง Newcastle
และทริปช้อปปิ้งที่เมือง Leeds

การปรับตัวให้เข้ากับสังคมที่โรงเรียน เราต้องกล้าแสดงออกและเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ต้องรู้จักเข้าหาเพื่อนก่อน รวมทั้งแบ่งเวลาในการเรียนและการทำกิจกรรมให้เหมาะสม คุณครูที่โรงเรียนมีการเอาใจใส่เด็กเป็นอย่างดีเลยค่ะ ครูจะคอยช่วยเหลือเวลาเราไม่เข้าใจเนื้อหาของบทเรียน และคอยแก้ปัญหาต่างๆ ให้

หนูเป็นนักเรียนประจำของโรงเรียน ทำให้มีเพื่อนหลากหลายเชื้อชาติ และการอยู่หอก็มีส่วนช่วยให้เราเป็นคนที่มีความรับผิดชอบมากขึ้น ได้ฝึกระเบียบวินัย รู้จักการเคารพกฎของหอ และเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ดียิ่งขึ้น สำหรับเด็กโตจะได้พักห้องเดียวกัน 2-3 คน ซึ่งน้อยกว่าห้องของเด็กเล็ก เพราะเด็กโตต้องการความเป็นส่วนตัวเพื่ออ่านหนังสือช่วงสอบ แบมได้แชร์ห้องกับเพื่อนอีก 2 คน เป็นชาวฮ่องกงกับสเปน ซึ่งอยู่ Year 10 เหมือนกัน

บรรยากาศโดยรวมของ Boarding House ก็ดีค่ะ ภายในประกอบด้วยห้องหลายห้อง เช่น ห้องนั่งเล่น ห้อง Projector ห้องทำการบ้าน ห้องครัว ความปลอดภัยไม่ต้องกังวลเลย เพราะทุกทางเข้าออกของโรงเรียนจะใช้ระบบสแกนบัตร เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักเรียน เวลาไฟไหม้ที่หอก็จะมี Fire Alarm เตือนให้ออกมาจากตึก มีครูวันละ 2 คนคอยผลัดเปลี่ยนกันมาดูแลนักเรียน ให้คำปรึกษา ส่งเราเข้านอนและปลุกทุกวันจันทร์ถึงเสาร์เลยค่ะ

ปกติในวันเสาร์หนูกับเพื่อนๆ จะดูหนัง ทำอาหาร หรือบางทีก็ไปช้อปปิ้งด้วยกัน ในช่วงปิดกลางเทอมหรือช่วงที่ Boarding House ปิดเพื่อทำความสะอาดและจัดแต่งหอ แบมจะต้องไปอยู่กับ Guardian หรือโฮสท์แฟมิลี่ตามเมืองต่างๆ หรือบางทีก็ไปนอนค้างที่บ้านเพื่อนสนิท

สำหรับเคล็ดลับในการเรียนที่อังกฤษให้ประสบความสำเร็จก็ไม่ยากเลยค่ะ ขอเพียงมีความรับผิดชอบ ตั้งใจเรียน แล้วก็อ่านหนังสือก่อนสอบ หนูได้เรียนรู้หลายอย่างจากการใช้ชีวิตที่นี่ ได้รู้จักกับเพื่อนหลากหลายเชื้อชาติ ทำให้ได้เรียนรู้วัฒนธรรมและภาษาต่างๆ  ได้สังคมและประสบการณ์ใหม่ๆ เช่น หนูได้รู้จักกับกีฬาเก่าแก่ที่เรียกว่า Rounders และ Lacross นอกจากนี้ยังได้มุมมองความคิดใหม่ๆ รู้จักการบริหารเวลาและมีความรับผิดชอบสูงขึ้น

ณัฐฐิตา มีหลักชัย (พี่สาว
ผู้ปกครองของณรัฐ เกิดประดิษฐ์  (ภูมิ)
กำลังศึกษาอยู่ที่ St Edmund’s College Year 10

คุณอุไร มั่นหมั่น (คุณแม่) และ คุณณัฐฐิตา มีหลักชัย (พี่สาว)

น้องแบม พิชญา เตชะกิจเกรียงไกร

การเรียนที่โรงเรียนในอังกฤษถือว่าดีมาก เพราะเป็นการเรียนที่เน้นความเข้าใจโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ส่วนเรื่องของความยากง่ายขึ้นอยู่กับความถนัดในแต่ละด้านของเรา บรรยากาศที่โรงเรียนก็ร่มรื่น มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น มีล็อกเกอร์ส่วนตัวในห้องเรียนเพื่อเก็บหนังสือหรือชุดพละ แล้วยังสามารถใช้คอมพิวเตอร์ในเวลาว่างเพื่อทำการบ้านได้ด้วย ส่วนเวลาทบทวนบทเรียนหรือทำการบ้านจะเป็นช่วงหลังเลิกเรียนในเวลา 17.00-18.30 น. กิจกรรมที่หนูได้เข้าร่วมก็มีฟิตเนส คลับ ทริปไปพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่เมือง Newcastle
และทริปช้อปปิ้งที่เมือง Leeds

การปรับตัวให้เข้ากับสังคมที่โรงเรียน เราต้องกล้าแสดงออกและเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ต้องรู้จักเข้าหาเพื่อนก่อน รวมทั้งแบ่งเวลาในการเรียนและการทำกิจกรรมให้เหมาะสม คุณครูที่โรงเรียนมีการเอาใจใส่เด็กเป็นอย่างดีเลยค่ะ ครูจะคอยช่วยเหลือเวลาเราไม่เข้าใจเนื้อหาของบทเรียน และคอยแก้ปัญหาต่างๆ ให้

หนูเป็นนักเรียนประจำของโรงเรียน ทำให้มีเพื่อนหลากหลายเชื้อชาติ และการอยู่หอก็มีส่วนช่วยให้เราเป็นคนที่มีความรับผิดชอบมากขึ้น ได้ฝึกระเบียบวินัย รู้จักการเคารพกฎของหอ และเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ดียิ่งขึ้น สำหรับเด็กโตจะได้พักห้องเดียวกัน 2-3 คน ซึ่งน้อยกว่าห้องของเด็กเล็ก เพราะเด็กโตต้องการความเป็นส่วนตัวเพื่ออ่านหนังสือช่วงสอบ แบมได้แชร์ห้องกับเพื่อนอีก 2 คน เป็นชาวฮ่องกงกับสเปน ซึ่งอยู่ Year 10 เหมือนกัน

บรรยากาศโดยรวมของ Boarding House ก็ดีค่ะ ภายในประกอบด้วยห้องหลายห้อง เช่น ห้องนั่งเล่น ห้อง Projector ห้องทำการบ้าน ห้องครัว ความปลอดภัยไม่ต้องกังวลเลย เพราะทุกทางเข้าออกของโรงเรียนจะใช้ระบบสแกนบัตร เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักเรียน เวลาไฟไหม้ที่หอก็จะมี Fire Alarm เตือนให้ออกมาจากตึก มีครูวันละ 2 คนคอยผลัดเปลี่ยนกันมาดูแลนักเรียน ให้คำปรึกษา ส่งเราเข้านอนและปลุกทุกวันจันทร์ถึงเสาร์เลยค่ะ

ปกติในวันเสาร์หนูกับเพื่อนๆ จะดูหนัง ทำอาหาร หรือบางทีก็ไปช้อปปิ้งด้วยกัน ในช่วงปิดกลางเทอมหรือช่วงที่ Boarding House ปิดเพื่อทำความสะอาดและจัดแต่งหอ แบมจะต้องไปอยู่กับ Guardian หรือโฮสท์แฟมิลี่ตามเมืองต่างๆ หรือบางทีก็ไปนอนค้างที่บ้านเพื่อนสนิท

สำหรับเคล็ดลับในการเรียนที่อังกฤษให้ประสบความสำเร็จก็ไม่ยากเลยค่ะ ขอเพียงมีความรับผิดชอบ ตั้งใจเรียน แล้วก็อ่านหนังสือก่อนสอบ หนูได้เรียนรู้หลายอย่างจากการใช้ชีวิตที่นี่ ได้รู้จักกับเพื่อนหลากหลายเชื้อชาติ ทำให้ได้เรียนรู้วัฒนธรรมและภาษาต่างๆ  ได้สังคมและประสบการณ์ใหม่ๆ เช่น หนูได้รู้จักกับกีฬาเก่าแก่ที่เรียกว่า Rounders และ Lacross นอกจากนี้ยังได้มุมมองความคิดใหม่ๆ รู้จักการบริหารเวลาและมีความรับผิดชอบสูงขึ้น

เทวินทร์ มโนรัตนวงศ์ Managing Director บริษัท ศิรินเอสเตท จำกัด
ผู้ปกครองของวิชาร์ล มโนรัตนวงศ์
Bedford School ชั้น Year12

คุณเทวินทร์ และคุณอมรรัตน์ มโนรัตนวงศ์

น้องแบม พิชญา เตชะกิจเกรียงไกร

การเรียนที่โรงเรียนในอังกฤษถือว่าดีมาก เพราะเป็นการเรียนที่เน้นความเข้าใจโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ส่วนเรื่องของความยากง่ายขึ้นอยู่กับความถนัดในแต่ละด้านของเรา บรรยากาศที่โรงเรียนก็ร่มรื่น มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น มีล็อกเกอร์ส่วนตัวในห้องเรียนเพื่อเก็บหนังสือหรือชุดพละ แล้วยังสามารถใช้คอมพิวเตอร์ในเวลาว่างเพื่อทำการบ้านได้ด้วย ส่วนเวลาทบทวนบทเรียนหรือทำการบ้านจะเป็นช่วงหลังเลิกเรียนในเวลา 17.00-18.30 น. กิจกรรมที่หนูได้เข้าร่วมก็มีฟิตเนส คลับ ทริปไปพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่เมือง Newcastle
และทริปช้อปปิ้งที่เมือง Leeds

การปรับตัวให้เข้ากับสังคมที่โรงเรียน เราต้องกล้าแสดงออกและเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ต้องรู้จักเข้าหาเพื่อนก่อน รวมทั้งแบ่งเวลาในการเรียนและการทำกิจกรรมให้เหมาะสม คุณครูที่โรงเรียนมีการเอาใจใส่เด็กเป็นอย่างดีเลยค่ะ ครูจะคอยช่วยเหลือเวลาเราไม่เข้าใจเนื้อหาของบทเรียน และคอยแก้ปัญหาต่างๆ ให้

หนูเป็นนักเรียนประจำของโรงเรียน ทำให้มีเพื่อนหลากหลายเชื้อชาติ และการอยู่หอก็มีส่วนช่วยให้เราเป็นคนที่มีความรับผิดชอบมากขึ้น ได้ฝึกระเบียบวินัย รู้จักการเคารพกฎของหอ และเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ดียิ่งขึ้น สำหรับเด็กโตจะได้พักห้องเดียวกัน 2-3 คน ซึ่งน้อยกว่าห้องของเด็กเล็ก เพราะเด็กโตต้องการความเป็นส่วนตัวเพื่ออ่านหนังสือช่วงสอบ แบมได้แชร์ห้องกับเพื่อนอีก 2 คน เป็นชาวฮ่องกงกับสเปน ซึ่งอยู่ Year 10 เหมือนกัน

บรรยากาศโดยรวมของ Boarding House ก็ดีค่ะ ภายในประกอบด้วยห้องหลายห้อง เช่น ห้องนั่งเล่น ห้อง Projector ห้องทำการบ้าน ห้องครัว ความปลอดภัยไม่ต้องกังวลเลย เพราะทุกทางเข้าออกของโรงเรียนจะใช้ระบบสแกนบัตร เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักเรียน เวลาไฟไหม้ที่หอก็จะมี Fire Alarm เตือนให้ออกมาจากตึก มีครูวันละ 2 คนคอยผลัดเปลี่ยนกันมาดูแลนักเรียน ให้คำปรึกษา ส่งเราเข้านอนและปลุกทุกวันจันทร์ถึงเสาร์เลยค่ะ

ปกติในวันเสาร์หนูกับเพื่อนๆ จะดูหนัง ทำอาหาร หรือบางทีก็ไปช้อปปิ้งด้วยกัน ในช่วงปิดกลางเทอมหรือช่วงที่ Boarding House ปิดเพื่อทำความสะอาดและจัดแต่งหอ แบมจะต้องไปอยู่กับ Guardian หรือโฮสท์แฟมิลี่ตามเมืองต่างๆ หรือบางทีก็ไปนอนค้างที่บ้านเพื่อนสนิท

สำหรับเคล็ดลับในการเรียนที่อังกฤษให้ประสบความสำเร็จก็ไม่ยากเลยค่ะ ขอเพียงมีความรับผิดชอบ ตั้งใจเรียน แล้วก็อ่านหนังสือก่อนสอบ หนูได้เรียนรู้หลายอย่างจากการใช้ชีวิตที่นี่ ได้รู้จักกับเพื่อนหลากหลายเชื้อชาติ ทำให้ได้เรียนรู้วัฒนธรรมและภาษาต่างๆ  ได้สังคมและประสบการณ์ใหม่ๆ เช่น หนูได้รู้จักกับกีฬาเก่าแก่ที่เรียกว่า Rounders และ Lacross นอกจากนี้ยังได้มุมมองความคิดใหม่ๆ รู้จักการบริหารเวลาและมีความรับผิดชอบสูงขึ้น

วิวัฒน์ เตชะกิจเกรียงไกร
ผู้ปกครองของพิชญา เตชะกิจเกรียงไกร
Badminton School, Year 13

คุณวิวัฒน์ และคุณรุจิระ เตชะกิจเกรียงไกร

น้องแบม พิชญา เตชะกิจเกรียงไกร

การเรียนที่โรงเรียนในอังกฤษถือว่าดีมาก เพราะเป็นการเรียนที่เน้นความเข้าใจโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ส่วนเรื่องของความยากง่ายขึ้นอยู่กับความถนัดในแต่ละด้านของเรา บรรยากาศที่โรงเรียนก็ร่มรื่น มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น มีล็อกเกอร์ส่วนตัวในห้องเรียนเพื่อเก็บหนังสือหรือชุดพละ แล้วยังสามารถใช้คอมพิวเตอร์ในเวลาว่างเพื่อทำการบ้านได้ด้วย ส่วนเวลาทบทวนบทเรียนหรือทำการบ้านจะเป็นช่วงหลังเลิกเรียนในเวลา 17.00-18.30 น. กิจกรรมที่หนูได้เข้าร่วมก็มีฟิตเนส คลับ ทริปไปพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่เมือง Newcastle
และทริปช้อปปิ้งที่เมือง Leeds

การปรับตัวให้เข้ากับสังคมที่โรงเรียน เราต้องกล้าแสดงออกและเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ต้องรู้จักเข้าหาเพื่อนก่อน รวมทั้งแบ่งเวลาในการเรียนและการทำกิจกรรมให้เหมาะสม คุณครูที่โรงเรียนมีการเอาใจใส่เด็กเป็นอย่างดีเลยค่ะ ครูจะคอยช่วยเหลือเวลาเราไม่เข้าใจเนื้อหาของบทเรียน และคอยแก้ปัญหาต่างๆ ให้

หนูเป็นนักเรียนประจำของโรงเรียน ทำให้มีเพื่อนหลากหลายเชื้อชาติ และการอยู่หอก็มีส่วนช่วยให้เราเป็นคนที่มีความรับผิดชอบมากขึ้น ได้ฝึกระเบียบวินัย รู้จักการเคารพกฎของหอ และเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ดียิ่งขึ้น สำหรับเด็กโตจะได้พักห้องเดียวกัน 2-3 คน ซึ่งน้อยกว่าห้องของเด็กเล็ก เพราะเด็กโตต้องการความเป็นส่วนตัวเพื่ออ่านหนังสือช่วงสอบ แบมได้แชร์ห้องกับเพื่อนอีก 2 คน เป็นชาวฮ่องกงกับสเปน ซึ่งอยู่ Year 10 เหมือนกัน

บรรยากาศโดยรวมของ Boarding House ก็ดีค่ะ ภายในประกอบด้วยห้องหลายห้อง เช่น ห้องนั่งเล่น ห้อง Projector ห้องทำการบ้าน ห้องครัว ความปลอดภัยไม่ต้องกังวลเลย เพราะทุกทางเข้าออกของโรงเรียนจะใช้ระบบสแกนบัตร เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักเรียน เวลาไฟไหม้ที่หอก็จะมี Fire Alarm เตือนให้ออกมาจากตึก มีครูวันละ 2 คนคอยผลัดเปลี่ยนกันมาดูแลนักเรียน ให้คำปรึกษา ส่งเราเข้านอนและปลุกทุกวันจันทร์ถึงเสาร์เลยค่ะ

ปกติในวันเสาร์หนูกับเพื่อนๆ จะดูหนัง ทำอาหาร หรือบางทีก็ไปช้อปปิ้งด้วยกัน ในช่วงปิดกลางเทอมหรือช่วงที่ Boarding House ปิดเพื่อทำความสะอาดและจัดแต่งหอ แบมจะต้องไปอยู่กับ Guardian หรือโฮสท์แฟมิลี่ตามเมืองต่างๆ หรือบางทีก็ไปนอนค้างที่บ้านเพื่อนสนิท

สำหรับเคล็ดลับในการเรียนที่อังกฤษให้ประสบความสำเร็จก็ไม่ยากเลยค่ะ ขอเพียงมีความรับผิดชอบ ตั้งใจเรียน แล้วก็อ่านหนังสือก่อนสอบ หนูได้เรียนรู้หลายอย่างจากการใช้ชีวิตที่นี่ ได้รู้จักกับเพื่อนหลากหลายเชื้อชาติ ทำให้ได้เรียนรู้วัฒนธรรมและภาษาต่างๆ  ได้สังคมและประสบการณ์ใหม่ๆ เช่น หนูได้รู้จักกับกีฬาเก่าแก่ที่เรียกว่า Rounders และ Lacross นอกจากนี้ยังได้มุมมองความคิดใหม่ๆ รู้จักการบริหารเวลาและมีความรับผิดชอบสูงขึ้น

คุณวิรัช และชญาภา พงศ์ฉบับนภา
ผู้ปกครองของสุจินต์ พงศ์ฉบับนภา (จิ้น) พุทธิพงศ์ พงศ์ฉบับนภา (ปุ้น)

คุณวิรัช และชญาภา พงศ์ฉบับนภา

น้องแบม พิชญา เตชะกิจเกรียงไกร

การเรียนที่โรงเรียนในอังกฤษถือว่าดีมาก เพราะเป็นการเรียนที่เน้นความเข้าใจโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ส่วนเรื่องของความยากง่ายขึ้นอยู่กับความถนัดในแต่ละด้านของเรา บรรยากาศที่โรงเรียนก็ร่มรื่น มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น มีล็อกเกอร์ส่วนตัวในห้องเรียนเพื่อเก็บหนังสือหรือชุดพละ แล้วยังสามารถใช้คอมพิวเตอร์ในเวลาว่างเพื่อทำการบ้านได้ด้วย ส่วนเวลาทบทวนบทเรียนหรือทำการบ้านจะเป็นช่วงหลังเลิกเรียนในเวลา 17.00-18.30 น. กิจกรรมที่หนูได้เข้าร่วมก็มีฟิตเนส คลับ ทริปไปพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่เมือง Newcastle
และทริปช้อปปิ้งที่เมือง Leeds

การปรับตัวให้เข้ากับสังคมที่โรงเรียน เราต้องกล้าแสดงออกและเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ต้องรู้จักเข้าหาเพื่อนก่อน รวมทั้งแบ่งเวลาในการเรียนและการทำกิจกรรมให้เหมาะสม คุณครูที่โรงเรียนมีการเอาใจใส่เด็กเป็นอย่างดีเลยค่ะ ครูจะคอยช่วยเหลือเวลาเราไม่เข้าใจเนื้อหาของบทเรียน และคอยแก้ปัญหาต่างๆ ให้

หนูเป็นนักเรียนประจำของโรงเรียน ทำให้มีเพื่อนหลากหลายเชื้อชาติ และการอยู่หอก็มีส่วนช่วยให้เราเป็นคนที่มีความรับผิดชอบมากขึ้น ได้ฝึกระเบียบวินัย รู้จักการเคารพกฎของหอ และเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ดียิ่งขึ้น สำหรับเด็กโตจะได้พักห้องเดียวกัน 2-3 คน ซึ่งน้อยกว่าห้องของเด็กเล็ก เพราะเด็กโตต้องการความเป็นส่วนตัวเพื่ออ่านหนังสือช่วงสอบ แบมได้แชร์ห้องกับเพื่อนอีก 2 คน เป็นชาวฮ่องกงกับสเปน ซึ่งอยู่ Year 10 เหมือนกัน

บรรยากาศโดยรวมของ Boarding House ก็ดีค่ะ ภายในประกอบด้วยห้องหลายห้อง เช่น ห้องนั่งเล่น ห้อง Projector ห้องทำการบ้าน ห้องครัว ความปลอดภัยไม่ต้องกังวลเลย เพราะทุกทางเข้าออกของโรงเรียนจะใช้ระบบสแกนบัตร เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักเรียน เวลาไฟไหม้ที่หอก็จะมี Fire Alarm เตือนให้ออกมาจากตึก มีครูวันละ 2 คนคอยผลัดเปลี่ยนกันมาดูแลนักเรียน ให้คำปรึกษา ส่งเราเข้านอนและปลุกทุกวันจันทร์ถึงเสาร์เลยค่ะ

ปกติในวันเสาร์หนูกับเพื่อนๆ จะดูหนัง ทำอาหาร หรือบางทีก็ไปช้อปปิ้งด้วยกัน ในช่วงปิดกลางเทอมหรือช่วงที่ Boarding House ปิดเพื่อทำความสะอาดและจัดแต่งหอ แบมจะต้องไปอยู่กับ Guardian หรือโฮสท์แฟมิลี่ตามเมืองต่างๆ หรือบางทีก็ไปนอนค้างที่บ้านเพื่อนสนิท

สำหรับเคล็ดลับในการเรียนที่อังกฤษให้ประสบความสำเร็จก็ไม่ยากเลยค่ะ ขอเพียงมีความรับผิดชอบ ตั้งใจเรียน แล้วก็อ่านหนังสือก่อนสอบ หนูได้เรียนรู้หลายอย่างจากการใช้ชีวิตที่นี่ ได้รู้จักกับเพื่อนหลากหลายเชื้อชาติ ทำให้ได้เรียนรู้วัฒนธรรมและภาษาต่างๆ  ได้สังคมและประสบการณ์ใหม่ๆ เช่น หนูได้รู้จักกับกีฬาเก่าแก่ที่เรียกว่า Rounders และ Lacross นอกจากนี้ยังได้มุมมองความคิดใหม่ๆ รู้จักการบริหารเวลาและมีความรับผิดชอบสูงขึ้น

คุณสิริ และ คุณวรลักษณ์ เสนาจักร
ผู้ปกครองของน้องธัช - ธีธัช เสนาจักร
เรียนที่ Warminster School

คุณสิริ - คุณวรลักษณ์ เสนาจักร

น้องแบม พิชญา เตชะกิจเกรียงไกร

การเรียนที่โรงเรียนในอังกฤษถือว่าดีมาก เพราะเป็นการเรียนที่เน้นความเข้าใจโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ส่วนเรื่องของความยากง่ายขึ้นอยู่กับความถนัดในแต่ละด้านของเรา บรรยากาศที่โรงเรียนก็ร่มรื่น มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น มีล็อกเกอร์ส่วนตัวในห้องเรียนเพื่อเก็บหนังสือหรือชุดพละ แล้วยังสามารถใช้คอมพิวเตอร์ในเวลาว่างเพื่อทำการบ้านได้ด้วย ส่วนเวลาทบทวนบทเรียนหรือทำการบ้านจะเป็นช่วงหลังเลิกเรียนในเวลา 17.00-18.30 น. กิจกรรมที่หนูได้เข้าร่วมก็มีฟิตเนส คลับ ทริปไปพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่เมือง Newcastle
และทริปช้อปปิ้งที่เมือง Leeds

การปรับตัวให้เข้ากับสังคมที่โรงเรียน เราต้องกล้าแสดงออกและเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ต้องรู้จักเข้าหาเพื่อนก่อน รวมทั้งแบ่งเวลาในการเรียนและการทำกิจกรรมให้เหมาะสม คุณครูที่โรงเรียนมีการเอาใจใส่เด็กเป็นอย่างดีเลยค่ะ ครูจะคอยช่วยเหลือเวลาเราไม่เข้าใจเนื้อหาของบทเรียน และคอยแก้ปัญหาต่างๆ ให้

หนูเป็นนักเรียนประจำของโรงเรียน ทำให้มีเพื่อนหลากหลายเชื้อชาติ และการอยู่หอก็มีส่วนช่วยให้เราเป็นคนที่มีความรับผิดชอบมากขึ้น ได้ฝึกระเบียบวินัย รู้จักการเคารพกฎของหอ และเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ดียิ่งขึ้น สำหรับเด็กโตจะได้พักห้องเดียวกัน 2-3 คน ซึ่งน้อยกว่าห้องของเด็กเล็ก เพราะเด็กโตต้องการความเป็นส่วนตัวเพื่ออ่านหนังสือช่วงสอบ แบมได้แชร์ห้องกับเพื่อนอีก 2 คน เป็นชาวฮ่องกงกับสเปน ซึ่งอยู่ Year 10 เหมือนกัน

บรรยากาศโดยรวมของ Boarding House ก็ดีค่ะ ภายในประกอบด้วยห้องหลายห้อง เช่น ห้องนั่งเล่น ห้อง Projector ห้องทำการบ้าน ห้องครัว ความปลอดภัยไม่ต้องกังวลเลย เพราะทุกทางเข้าออกของโรงเรียนจะใช้ระบบสแกนบัตร เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักเรียน เวลาไฟไหม้ที่หอก็จะมี Fire Alarm เตือนให้ออกมาจากตึก มีครูวันละ 2 คนคอยผลัดเปลี่ยนกันมาดูแลนักเรียน ให้คำปรึกษา ส่งเราเข้านอนและปลุกทุกวันจันทร์ถึงเสาร์เลยค่ะ

ปกติในวันเสาร์หนูกับเพื่อนๆ จะดูหนัง ทำอาหาร หรือบางทีก็ไปช้อปปิ้งด้วยกัน ในช่วงปิดกลางเทอมหรือช่วงที่ Boarding House ปิดเพื่อทำความสะอาดและจัดแต่งหอ แบมจะต้องไปอยู่กับ Guardian หรือโฮสท์แฟมิลี่ตามเมืองต่างๆ หรือบางทีก็ไปนอนค้างที่บ้านเพื่อนสนิท

สำหรับเคล็ดลับในการเรียนที่อังกฤษให้ประสบความสำเร็จก็ไม่ยากเลยค่ะ ขอเพียงมีความรับผิดชอบ ตั้งใจเรียน แล้วก็อ่านหนังสือก่อนสอบ หนูได้เรียนรู้หลายอย่างจากการใช้ชีวิตที่นี่ ได้รู้จักกับเพื่อนหลากหลายเชื้อชาติ ทำให้ได้เรียนรู้วัฒนธรรมและภาษาต่างๆ  ได้สังคมและประสบการณ์ใหม่ๆ เช่น หนูได้รู้จักกับกีฬาเก่าแก่ที่เรียกว่า Rounders และ Lacross นอกจากนี้ยังได้มุมมองความคิดใหม่ๆ รู้จักการบริหารเวลาและมีความรับผิดชอบสูงขึ้น

คุณพ่อ – สมชาย กมลพันธ์ทิพย์ และ คุณแม่ - ขวัญใจ คำนา
ผู้ปกครองของน้องเต้ – ธนา กมลพันธ์ทิพย์
เรียนที่ Bishopstrow College,

คุณสมชาย กมลพันธ์ทิพย์ - คุณขวัญใจ คำนา

น้องแบม พิชญา เตชะกิจเกรียงไกร

การเรียนที่โรงเรียนในอังกฤษถือว่าดีมาก เพราะเป็นการเรียนที่เน้นความเข้าใจโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ส่วนเรื่องของความยากง่ายขึ้นอยู่กับความถนัดในแต่ละด้านของเรา บรรยากาศที่โรงเรียนก็ร่มรื่น มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น มีล็อกเกอร์ส่วนตัวในห้องเรียนเพื่อเก็บหนังสือหรือชุดพละ แล้วยังสามารถใช้คอมพิวเตอร์ในเวลาว่างเพื่อทำการบ้านได้ด้วย ส่วนเวลาทบทวนบทเรียนหรือทำการบ้านจะเป็นช่วงหลังเลิกเรียนในเวลา 17.00-18.30 น. กิจกรรมที่หนูได้เข้าร่วมก็มีฟิตเนส คลับ ทริปไปพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่เมือง Newcastle
และทริปช้อปปิ้งที่เมือง Leeds

การปรับตัวให้เข้ากับสังคมที่โรงเรียน เราต้องกล้าแสดงออกและเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ต้องรู้จักเข้าหาเพื่อนก่อน รวมทั้งแบ่งเวลาในการเรียนและการทำกิจกรรมให้เหมาะสม คุณครูที่โรงเรียนมีการเอาใจใส่เด็กเป็นอย่างดีเลยค่ะ ครูจะคอยช่วยเหลือเวลาเราไม่เข้าใจเนื้อหาของบทเรียน และคอยแก้ปัญหาต่างๆ ให้

หนูเป็นนักเรียนประจำของโรงเรียน ทำให้มีเพื่อนหลากหลายเชื้อชาติ และการอยู่หอก็มีส่วนช่วยให้เราเป็นคนที่มีความรับผิดชอบมากขึ้น ได้ฝึกระเบียบวินัย รู้จักการเคารพกฎของหอ และเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ดียิ่งขึ้น สำหรับเด็กโตจะได้พักห้องเดียวกัน 2-3 คน ซึ่งน้อยกว่าห้องของเด็กเล็ก เพราะเด็กโตต้องการความเป็นส่วนตัวเพื่ออ่านหนังสือช่วงสอบ แบมได้แชร์ห้องกับเพื่อนอีก 2 คน เป็นชาวฮ่องกงกับสเปน ซึ่งอยู่ Year 10 เหมือนกัน

บรรยากาศโดยรวมของ Boarding House ก็ดีค่ะ ภายในประกอบด้วยห้องหลายห้อง เช่น ห้องนั่งเล่น ห้อง Projector ห้องทำการบ้าน ห้องครัว ความปลอดภัยไม่ต้องกังวลเลย เพราะทุกทางเข้าออกของโรงเรียนจะใช้ระบบสแกนบัตร เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักเรียน เวลาไฟไหม้ที่หอก็จะมี Fire Alarm เตือนให้ออกมาจากตึก มีครูวันละ 2 คนคอยผลัดเปลี่ยนกันมาดูแลนักเรียน ให้คำปรึกษา ส่งเราเข้านอนและปลุกทุกวันจันทร์ถึงเสาร์เลยค่ะ

ปกติในวันเสาร์หนูกับเพื่อนๆ จะดูหนัง ทำอาหาร หรือบางทีก็ไปช้อปปิ้งด้วยกัน ในช่วงปิดกลางเทอมหรือช่วงที่ Boarding House ปิดเพื่อทำความสะอาดและจัดแต่งหอ แบมจะต้องไปอยู่กับ Guardian หรือโฮสท์แฟมิลี่ตามเมืองต่างๆ หรือบางทีก็ไปนอนค้างที่บ้านเพื่อนสนิท

สำหรับเคล็ดลับในการเรียนที่อังกฤษให้ประสบความสำเร็จก็ไม่ยากเลยค่ะ ขอเพียงมีความรับผิดชอบ ตั้งใจเรียน แล้วก็อ่านหนังสือก่อนสอบ หนูได้เรียนรู้หลายอย่างจากการใช้ชีวิตที่นี่ ได้รู้จักกับเพื่อนหลากหลายเชื้อชาติ ทำให้ได้เรียนรู้วัฒนธรรมและภาษาต่างๆ  ได้สังคมและประสบการณ์ใหม่ๆ เช่น หนูได้รู้จักกับกีฬาเก่าแก่ที่เรียกว่า Rounders และ Lacross นอกจากนี้ยังได้มุมมองความคิดใหม่ๆ รู้จักการบริหารเวลาและมีความรับผิดชอบสูงขึ้น

คุณพิมพ์สุดา ศศลักษณานนท์
ผู้ปกครองของน้องเต็งหนึ่ง น้องนาย และน้องหนุน
เรียนที่ Bromsgrove School

คุณพิมพ์สุดา ศศลักษณานนท์

น้องแบม พิชญา เตชะกิจเกรียงไกร

การเรียนที่โรงเรียนในอังกฤษถือว่าดีมาก เพราะเป็นการเรียนที่เน้นความเข้าใจโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ส่วนเรื่องของความยากง่ายขึ้นอยู่กับความถนัดในแต่ละด้านของเรา บรรยากาศที่โรงเรียนก็ร่มรื่น มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น มีล็อกเกอร์ส่วนตัวในห้องเรียนเพื่อเก็บหนังสือหรือชุดพละ แล้วยังสามารถใช้คอมพิวเตอร์ในเวลาว่างเพื่อทำการบ้านได้ด้วย ส่วนเวลาทบทวนบทเรียนหรือทำการบ้านจะเป็นช่วงหลังเลิกเรียนในเวลา 17.00-18.30 น. กิจกรรมที่หนูได้เข้าร่วมก็มีฟิตเนส คลับ ทริปไปพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่เมือง Newcastle
และทริปช้อปปิ้งที่เมือง Leeds

การปรับตัวให้เข้ากับสังคมที่โรงเรียน เราต้องกล้าแสดงออกและเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ต้องรู้จักเข้าหาเพื่อนก่อน รวมทั้งแบ่งเวลาในการเรียนและการทำกิจกรรมให้เหมาะสม คุณครูที่โรงเรียนมีการเอาใจใส่เด็กเป็นอย่างดีเลยค่ะ ครูจะคอยช่วยเหลือเวลาเราไม่เข้าใจเนื้อหาของบทเรียน และคอยแก้ปัญหาต่างๆ ให้

หนูเป็นนักเรียนประจำของโรงเรียน ทำให้มีเพื่อนหลากหลายเชื้อชาติ และการอยู่หอก็มีส่วนช่วยให้เราเป็นคนที่มีความรับผิดชอบมากขึ้น ได้ฝึกระเบียบวินัย รู้จักการเคารพกฎของหอ และเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ดียิ่งขึ้น สำหรับเด็กโตจะได้พักห้องเดียวกัน 2-3 คน ซึ่งน้อยกว่าห้องของเด็กเล็ก เพราะเด็กโตต้องการความเป็นส่วนตัวเพื่ออ่านหนังสือช่วงสอบ แบมได้แชร์ห้องกับเพื่อนอีก 2 คน เป็นชาวฮ่องกงกับสเปน ซึ่งอยู่ Year 10 เหมือนกัน

บรรยากาศโดยรวมของ Boarding House ก็ดีค่ะ ภายในประกอบด้วยห้องหลายห้อง เช่น ห้องนั่งเล่น ห้อง Projector ห้องทำการบ้าน ห้องครัว ความปลอดภัยไม่ต้องกังวลเลย เพราะทุกทางเข้าออกของโรงเรียนจะใช้ระบบสแกนบัตร เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักเรียน เวลาไฟไหม้ที่หอก็จะมี Fire Alarm เตือนให้ออกมาจากตึก มีครูวันละ 2 คนคอยผลัดเปลี่ยนกันมาดูแลนักเรียน ให้คำปรึกษา ส่งเราเข้านอนและปลุกทุกวันจันทร์ถึงเสาร์เลยค่ะ

ปกติในวันเสาร์หนูกับเพื่อนๆ จะดูหนัง ทำอาหาร หรือบางทีก็ไปช้อปปิ้งด้วยกัน ในช่วงปิดกลางเทอมหรือช่วงที่ Boarding House ปิดเพื่อทำความสะอาดและจัดแต่งหอ แบมจะต้องไปอยู่กับ Guardian หรือโฮสท์แฟมิลี่ตามเมืองต่างๆ หรือบางทีก็ไปนอนค้างที่บ้านเพื่อนสนิท

สำหรับเคล็ดลับในการเรียนที่อังกฤษให้ประสบความสำเร็จก็ไม่ยากเลยค่ะ ขอเพียงมีความรับผิดชอบ ตั้งใจเรียน แล้วก็อ่านหนังสือก่อนสอบ หนูได้เรียนรู้หลายอย่างจากการใช้ชีวิตที่นี่ ได้รู้จักกับเพื่อนหลากหลายเชื้อชาติ ทำให้ได้เรียนรู้วัฒนธรรมและภาษาต่างๆ  ได้สังคมและประสบการณ์ใหม่ๆ เช่น หนูได้รู้จักกับกีฬาเก่าแก่ที่เรียกว่า Rounders และ Lacross นอกจากนี้ยังได้มุมมองความคิดใหม่ๆ รู้จักการบริหารเวลาและมีความรับผิดชอบสูงขึ้น

น.สพ.เกรียงศักดิ์ ทัตติยกุล - จิรารัตน์ จิรานนท์
ผู้ปกครองของน้องแกเบรียล – ชัช ทัตติยกุล
เรียนที่ Trinity School

น.สพ.เกรียงศักดิ์ ทัตติยกุล - จิรารัตน์ จิรานนท์

น้องแบม พิชญา เตชะกิจเกรียงไกร

การเรียนที่โรงเรียนในอังกฤษถือว่าดีมาก เพราะเป็นการเรียนที่เน้นความเข้าใจโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ส่วนเรื่องของความยากง่ายขึ้นอยู่กับความถนัดในแต่ละด้านของเรา บรรยากาศที่โรงเรียนก็ร่มรื่น มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น มีล็อกเกอร์ส่วนตัวในห้องเรียนเพื่อเก็บหนังสือหรือชุดพละ แล้วยังสามารถใช้คอมพิวเตอร์ในเวลาว่างเพื่อทำการบ้านได้ด้วย ส่วนเวลาทบทวนบทเรียนหรือทำการบ้านจะเป็นช่วงหลังเลิกเรียนในเวลา 17.00-18.30 น. กิจกรรมที่หนูได้เข้าร่วมก็มีฟิตเนส คลับ ทริปไปพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่เมือง Newcastle
และทริปช้อปปิ้งที่เมือง Leeds

การปรับตัวให้เข้ากับสังคมที่โรงเรียน เราต้องกล้าแสดงออกและเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ต้องรู้จักเข้าหาเพื่อนก่อน รวมทั้งแบ่งเวลาในการเรียนและการทำกิจกรรมให้เหมาะสม คุณครูที่โรงเรียนมีการเอาใจใส่เด็กเป็นอย่างดีเลยค่ะ ครูจะคอยช่วยเหลือเวลาเราไม่เข้าใจเนื้อหาของบทเรียน และคอยแก้ปัญหาต่างๆ ให้

หนูเป็นนักเรียนประจำของโรงเรียน ทำให้มีเพื่อนหลากหลายเชื้อชาติ และการอยู่หอก็มีส่วนช่วยให้เราเป็นคนที่มีความรับผิดชอบมากขึ้น ได้ฝึกระเบียบวินัย รู้จักการเคารพกฎของหอ และเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ดียิ่งขึ้น สำหรับเด็กโตจะได้พักห้องเดียวกัน 2-3 คน ซึ่งน้อยกว่าห้องของเด็กเล็ก เพราะเด็กโตต้องการความเป็นส่วนตัวเพื่ออ่านหนังสือช่วงสอบ แบมได้แชร์ห้องกับเพื่อนอีก 2 คน เป็นชาวฮ่องกงกับสเปน ซึ่งอยู่ Year 10 เหมือนกัน

บรรยากาศโดยรวมของ Boarding House ก็ดีค่ะ ภายในประกอบด้วยห้องหลายห้อง เช่น ห้องนั่งเล่น ห้อง Projector ห้องทำการบ้าน ห้องครัว ความปลอดภัยไม่ต้องกังวลเลย เพราะทุกทางเข้าออกของโรงเรียนจะใช้ระบบสแกนบัตร เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักเรียน เวลาไฟไหม้ที่หอก็จะมี Fire Alarm เตือนให้ออกมาจากตึก มีครูวันละ 2 คนคอยผลัดเปลี่ยนกันมาดูแลนักเรียน ให้คำปรึกษา ส่งเราเข้านอนและปลุกทุกวันจันทร์ถึงเสาร์เลยค่ะ

ปกติในวันเสาร์หนูกับเพื่อนๆ จะดูหนัง ทำอาหาร หรือบางทีก็ไปช้อปปิ้งด้วยกัน ในช่วงปิดกลางเทอมหรือช่วงที่ Boarding House ปิดเพื่อทำความสะอาดและจัดแต่งหอ แบมจะต้องไปอยู่กับ Guardian หรือโฮสท์แฟมิลี่ตามเมืองต่างๆ หรือบางทีก็ไปนอนค้างที่บ้านเพื่อนสนิท

สำหรับเคล็ดลับในการเรียนที่อังกฤษให้ประสบความสำเร็จก็ไม่ยากเลยค่ะ ขอเพียงมีความรับผิดชอบ ตั้งใจเรียน แล้วก็อ่านหนังสือก่อนสอบ หนูได้เรียนรู้หลายอย่างจากการใช้ชีวิตที่นี่ ได้รู้จักกับเพื่อนหลากหลายเชื้อชาติ ทำให้ได้เรียนรู้วัฒนธรรมและภาษาต่างๆ  ได้สังคมและประสบการณ์ใหม่ๆ เช่น หนูได้รู้จักกับกีฬาเก่าแก่ที่เรียกว่า Rounders และ Lacross นอกจากนี้ยังได้มุมมองความคิดใหม่ๆ รู้จักการบริหารเวลาและมีความรับผิดชอบสูงขึ้น

คุณวิวัฒน์ - คุณรุจิระ เตชะกิจเกรียงไกร
ผู้ปกครองของน้องแบม พิชญา เตชะกิจเกรียงไกร
เรียนที่ Harrogate Ladies’ College

คุณวิวัฒน์ - คุณรุจิระ เตชะกิจเกรียงไกร

น้องแบม พิชญา เตชะกิจเกรียงไกร

การเรียนที่โรงเรียนในอังกฤษถือว่าดีมาก เพราะเป็นการเรียนที่เน้นความเข้าใจโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ส่วนเรื่องของความยากง่ายขึ้นอยู่กับความถนัดในแต่ละด้านของเรา บรรยากาศที่โรงเรียนก็ร่มรื่น มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น มีล็อกเกอร์ส่วนตัวในห้องเรียนเพื่อเก็บหนังสือหรือชุดพละ แล้วยังสามารถใช้คอมพิวเตอร์ในเวลาว่างเพื่อทำการบ้านได้ด้วย ส่วนเวลาทบทวนบทเรียนหรือทำการบ้านจะเป็นช่วงหลังเลิกเรียนในเวลา 17.00-18.30 น. กิจกรรมที่หนูได้เข้าร่วมก็มีฟิตเนส คลับ ทริปไปพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่เมือง Newcastle
และทริปช้อปปิ้งที่เมือง Leeds

การปรับตัวให้เข้ากับสังคมที่โรงเรียน เราต้องกล้าแสดงออกและเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ต้องรู้จักเข้าหาเพื่อนก่อน รวมทั้งแบ่งเวลาในการเรียนและการทำกิจกรรมให้เหมาะสม คุณครูที่โรงเรียนมีการเอาใจใส่เด็กเป็นอย่างดีเลยค่ะ ครูจะคอยช่วยเหลือเวลาเราไม่เข้าใจเนื้อหาของบทเรียน และคอยแก้ปัญหาต่างๆ ให้

หนูเป็นนักเรียนประจำของโรงเรียน ทำให้มีเพื่อนหลากหลายเชื้อชาติ และการอยู่หอก็มีส่วนช่วยให้เราเป็นคนที่มีความรับผิดชอบมากขึ้น ได้ฝึกระเบียบวินัย รู้จักการเคารพกฎของหอ และเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ดียิ่งขึ้น สำหรับเด็กโตจะได้พักห้องเดียวกัน 2-3 คน ซึ่งน้อยกว่าห้องของเด็กเล็ก เพราะเด็กโตต้องการความเป็นส่วนตัวเพื่ออ่านหนังสือช่วงสอบ แบมได้แชร์ห้องกับเพื่อนอีก 2 คน เป็นชาวฮ่องกงกับสเปน ซึ่งอยู่ Year 10 เหมือนกัน

บรรยากาศโดยรวมของ Boarding House ก็ดีค่ะ ภายในประกอบด้วยห้องหลายห้อง เช่น ห้องนั่งเล่น ห้อง Projector ห้องทำการบ้าน ห้องครัว ความปลอดภัยไม่ต้องกังวลเลย เพราะทุกทางเข้าออกของโรงเรียนจะใช้ระบบสแกนบัตร เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักเรียน เวลาไฟไหม้ที่หอก็จะมี Fire Alarm เตือนให้ออกมาจากตึก มีครูวันละ 2 คนคอยผลัดเปลี่ยนกันมาดูแลนักเรียน ให้คำปรึกษา ส่งเราเข้านอนและปลุกทุกวันจันทร์ถึงเสาร์เลยค่ะ

ปกติในวันเสาร์หนูกับเพื่อนๆ จะดูหนัง ทำอาหาร หรือบางทีก็ไปช้อปปิ้งด้วยกัน ในช่วงปิดกลางเทอมหรือช่วงที่ Boarding House ปิดเพื่อทำความสะอาดและจัดแต่งหอ แบมจะต้องไปอยู่กับ Guardian หรือโฮสท์แฟมิลี่ตามเมืองต่างๆ หรือบางทีก็ไปนอนค้างที่บ้านเพื่อนสนิท

สำหรับเคล็ดลับในการเรียนที่อังกฤษให้ประสบความสำเร็จก็ไม่ยากเลยค่ะ ขอเพียงมีความรับผิดชอบ ตั้งใจเรียน แล้วก็อ่านหนังสือก่อนสอบ หนูได้เรียนรู้หลายอย่างจากการใช้ชีวิตที่นี่ ได้รู้จักกับเพื่อนหลากหลายเชื้อชาติ ทำให้ได้เรียนรู้วัฒนธรรมและภาษาต่างๆ  ได้สังคมและประสบการณ์ใหม่ๆ เช่น หนูได้รู้จักกับกีฬาเก่าแก่ที่เรียกว่า Rounders และ Lacross นอกจากนี้ยังได้มุมมองความคิดใหม่ๆ รู้จักการบริหารเวลาและมีความรับผิดชอบสูงขึ้น

ฐิติกานต์ อังคนาพร
กำลังศึกษาอยู่ที่ Harrogate Ladies’ College

น้องใบเตย - ฐิติกานต์ อังคนาพร

ฐิติกานต์ อังคนาพร (ใบเตย)

 

กำลังศึกษาอยู่ที่

 

Harrogate Ladies’ College

 

ระดับชั้น Year 9

 

ฐิติกานต์ อังคนาพร (ใบเตย)
ฐิติกานต์ อังคนาพร (ใบเตย)ฐิติกานต์ อังคนาพร (ใบเตย)

 

Q : เพราะอะไรถึงตัดสินใจไปเรียนอังกฤษ

เพราะว่าใบเตยเรียนที่ Shrewsbury International school ซึ่งเป็นระบบ British Curriculum มาตั้งแต่เล็กเลยค่ะ และเป็นหลักสูตรที่รู้จักและเป็นที่ยอมรับทั่วโลกค่ะ คุณพ่อคุณแม่เชื่อว่าการไปเรียนที่ประเทศอังกฤษจะเป็นประโยชน์กับการเรียน และช่วยพัฒนาภาษาอังกฤษของหนูค่ะ

 

Q: มีหลักการในการเลือกโรงเรียนอย่างไร

หลักในการเลือกโรงเรียน คุณพ่อคุณแม่จะเป็นคนเลือกค่ะ ขอเป็นโรงเรียนที่ผลการเรียนดี และสำคัญที่สุดคือมีกิจกรรมให้ทำหลากหลาย มี Facilities ที่ครบครัน และมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการเรียนด้วยค่ะ เพราะเราจะต้องเรียนและใช้ชีวิตอยู่ที่นั้นให้มีความสุขค่ะ

 

Q: เพื่อนๆและคุณครูที่โรงเรียนเป็นอย่างไรบ้าง

คนอังกฤษเป็นมิตรค่ะ เพื่อนๆก็น่ารัก ช่วยเหลือเกื้อกูลเป็นอย่างดีค่ะ เพื่อนชาวอังกฤษพยายามที่จะเข้าใจเราซึ่งเป็นนักเรียนต่างชาติที่ต้องมาเรียนห่างไกลบ้าน หนูรู้สึกดีและประทับใจเพื่อนๆชาวอังกฤษมากเลยค่ะ ส่วนคุณครูก็เอาใจใส่ดี และใจดีด้วยค่ะ ที่นี่ทุกๆคนเหมือนครอบครัวเดียวกันค่ะ เรารู้จักกันหมดค่ะ ทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง โรงเรียนที่เตยอยู่ไม่ได้ใหญ่มากค่ะ อบอุ่นเหมือนบ้านค่ะ คุณครูทุกคนดูแลพวกเราเหมือนอยู่บ้านค่ะ

 

Q: มีปรับตัวอย่างไรบ้าง

ต้องมีการปรับตัวแน่นอนค่ะ คือก่อนที่เตยจะมา ก็ค้นหาดูตาม Internet ทั้งเรื่องอากาศ เพราะว่าต้องเตรียมเสื้อผ้าที่เหมาะสมกับสภาพากาศค่ะ รวมทั้งวัฒนธรรมที่แตกต่าง เพราะฉะนั้น การที่เราจะเข้ากับคนอื่นได้เราต้องเปิดใจค่ะ แล้วก็พูดเยอะๆเลยค่ะ พูดคุยกับทุกคนแล้วจะช่วยให้เราได้เพื่อนใหม่ๆที่นี่ค่ะ แล้ว ถ้าเตยทำอะไรผิดหรือบางอย่างที่ไม่เหมาะสม หมายถึงอาจไปกระทบ หรือไม่สมควรในวัฒนธรรมของเขา เพื่อนๆนี่ละค่ะจะคอยบอกเราว่าอย่างนี้ไม่ควรทำค่ะ อย่างเช่นกฎของโรงเรียน เขาจะคอยบอกเราค่ะ เช่น ต้องลงชื่อเข้าออก ห้ามเล่นโทรศัพท์ ตั้งแต่กี่โมงถึงกี่โมงค่ะ บางครั้งก็แค่ต้องช่วยๆกันเตือนกันค่ะ

 

Q: โรงเรียนที่อังกฤษมีความแตกต่างอย่างไรบ้าง

ที่อังกฤษเตยไม่รู้สึกกดดันนะคะ การเรียนการสอนไม่เคร่งเครียดจนเกินไปค่ะ คุณครูที่นี่สอนให้เข้าใจมากๆเลยค่ะ และสอนให้เรารู้จักวิธีการรับมือกับปัญหาต่างๆด้วยค่ะ

 

Q: กิจกรรมในโรงเรียนที่น่าสนใจ

โรงเรียนมีกิจกรรมให้ทำอยู่ตลอดเลยค่ะ และ Activity Clubs มากมายให้เลือก มี Music House เหมือนเป็นตึกที่สอนดนตรีโดยเฉพาะ นอกจากนั้นยังมี Sport Hall มีสระว่ายน้ำในร่มด้วยค่ะ และก็สนามที่เอาไว้เล่น Lacrosse ค่ะ

 

Q: การช่วยเหลือของคุณครู

ที่โรงเรียนจะมีเหมือน Clinic ค่ะ คือ นักเรียนทุกคนสามารถไปพบคุณครู เมื่อมีข้อสงสัยหรือปัญหาในวิชาเรียนต่างๆ กับครูรายวิชานั้นได้ในช่วงพักกลางวันแต่ถ้าหากว่าเราไม่สามารถเข้าไปตามตารางของ Clinic ได้ เราก็ยังสามารถขอนัดพบคุณครูเป็นการส่วนตัวได้ค่ะ

 

Q: Boarding House เป็นอย่างไร

โรงเรียนที่เตยอยู่จะแบ่งเป็น House ค่ะ เป็นตึกที่อยู่ประมาณ 4 ชั้น อยู่ 4 ตึก ก็จะมีห้องนั่งเล่น เป็นส่วนกลาง และก็มีห้องครัวเล็กอยู่ค่ะ สามารถทำอาหารได้แต่ต้องขออนุญาตคุณครูผู้คุมหอพักก่อนนะคะ แต่หากไม่ต้องการทำอาหาร ก็มีเครื่องปิ้งขนมปัง Microwave แต่โดยปกติแล้วทางโรงเรียนก็มี Catering อยู่ประจำอยู่แล้วค่ะ ส่วนห้องนอนจะอยู่ชั้นบนค่ะ ในหอพักจะมีคุณครู หรือผู้คุมหออยู่ตลอดเวลาค่ะ ที่นี่กฎระเบียบอาจเยอะกว่าที่บ้านเรา กฎระเบียบทำให้เราพัฒนาตนเองให้อยู่ร่วมกับผู้อื่นค่ะ อย่างเช่นการทำห้องให้เรียบร้อยเก็บข้าวของให้เป็นที่เป็นทาง เราไม่ต้องทำความสะอาดเองแต่ต้องเก็บของค่ะ

 

Q: เวลาว่างหลังเลิกเรียน

เตยชอบไปเดินเล่นในเมืองค่ะ แต่ต้องหลังจากที่ทำการบ้านเสร็จแล้วนะคะ เนื่องจากอยู่ไม่ไกลเมืองมากเลยไปได้ค่ะ แต่ต้องไปกับเพื่อนเท่านั้นค่ะ ห้ามไปคนเดียวค่ะ แล้วที่สำคัญต้องขออนุญาต Housemistress ว่าจะไปไหน อย่างไร กลับกี่โมง ต้องกลับมาให้ตรงเวลานะคะ ถ้าไม่อย่างนั้นจะไม่ได้ไปอีกค่ะ หรือมีบทลงโทษต่างๆตามลำดับ ส่วนที่โรงเรียนก็มีกิจกรรมมากมาย เช่น Weekend activities ให้เลือกทำ หรือจะเป็นกิจกรรมในหอ อย่าง Saturday movie night

 

Q: ถ้าหากมีอาการเจ็บไข้ได้ป่วย

มีพยาบาลประจำที่ห้องพยาบาลตลอดเลยค่ะ และมีคุณหมอมาในบางวันด้วย เราสามรถขอคุณครูไปห้องพยาบาลได้ แล้วถ้าหากไม่สบายมากๆ เราสามารถลาหยุดได้ค่ะ

 

Q: คำแนะนำดีๆ จากนักเรียนมัธยมอังกฤษ

เตยว่าการมาเรียนที่เมืองนอกไม่ได้ยาก หรือแตกต่างจนเกินไปอย่างที่คุณคิด คุณแค่ต้องเปิดใจ เปิดรับเพื่อนใหม่ๆ มันจะเป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆ เลยค่ะ คุณจะได้เรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆที่คุณไม่เคยคิดว่าจะชอบและไม่เคยสัมผัสมาก่อน ทุกสิ่งรอบตัวจะช่วยให้คุณพัฒนาทุกๆทักษะ มีความรับผิดชอบมากขึ้น มีการจัดการแบ่งเวลาของตัวเองที่ดีขึ้น เพราะอยู่ที่นี่ไม่มีคุณพ่อคุณแม่มาคอยบอกว่าต้องทำอะไร หรือไม่ควรทำอะไร เราต้องโตขึ้น เรียนรู้ และพร้อมที่จะเจอกับสิ่งใหม่ๆค่ะ

เถลิงเกียรติ เกียรติชัยพัฒน
Taunton School International, Year8
อังกฤษ

เถลิงเกียรติ เกียรติชัยพัฒน

เถลิงเกียรติ เกียรติชัยพัฒน

Taunton School International, Year 8

 S__50814990

ที่ผมเลือกไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ เพราะว่าครอบครัวประกอบธุรกิจส่วนตัว คุณพ่อคุณแม่จึงสนับสนุนให้ไปเรียนที่นั้น.

เพื่อที่จะสามารถใช้ภาษาอังกฤษ ติดต่อธุรกิจแทนครอบครัวได้ในอนาคตครับ ก่อนไปผมได้เตรียมความพร้อมด้วยการไปเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติม

หาข้อมูลที่จำเป็นเกี่ยวกับประเทศอังกฤษ และโรงเรียนที่เลือกครับ

หลังจากเดินทางไปแล้วพบว่าอังกฤษเป็นประเทศที่ผู้คนเค้ามีมารยาทมากครับ อยู่ที่นี่ต้องมีมารยาท มีระเบียบ ทำตามกฎอย่างเคร่งครัดครับ

เพื่อนๆในโรงเรียนดีครับ ทุกคนอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข บรรยากาศดี ใกล้ชิดธรรมชาติ

ส่วนระบบการเรียนการสอนที่อังกฤษแตกต่างจากระบบการเรียนการสอนของประเทศไทย คือ

เรียนวันหนึ่งแค่ 4 วิชา แบ่งเป็น Class เรียน Classละไม่เกิน 11 คน ทำให้คุณครูเข้าถึงนักเรียนทุกคน

เมื่อมีผิดพลาดคุณครูจะบอกให้ลองใหม่และกฎของที่นี่คือการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีความเผื่อแผ่ ไม่เยาะเย้ยเพื่อนเวลาที่เพื่อนทำผิด

ในช่วงแรกๆที่มาจะมีความรู้สึกแปลกๆอยู่บ้าง แต่พอเริ่มปรับตัวได้แล้ว

รู้สึกดีมากครับที่ตัดสินใจมาเรียนต่อที่นี่ หากคิดที่จะมาก็แนะนำให้มาครับ แต่หากคนที่ยังลังเลอยู่

อยากให้เตรียมความพร้อมก่อน เช่นมา Summer Course ลองดูก่อน จะได้รู้คร่าวๆว่าบรรยากาศการเรียนที่นี่เป็นยังไง และจะรู้สึกดีที่ได้มาเรียนที่นี่ Happy มากๆครับ

พีรวิชญ์ ศศลักษณานนท์
University of Bath, Management

น้องเต็งหนึ่ง พีรวิชญ์ ศศลักษณานนท์

พีรวิชญ์ ศศลักษณานนท์  University of Bath, Management

12747423_1043931712344302_5570012031050670040_o

Q : ระบบการเรียนการสอนที่อังกฤษเป็นยังไงบ้างคะ แตกต่างจากไทยไหม เรียนยากไหม

A : ส่วนตัวผมคิดว่าแตกต่างมากๆเลยครับ มันทำให้เด็กอย่างผมที่เรียนไม่ค่อยดี มีโอกาสได้เรียนในด้านที่เหมาะสมกับตัวเอง และสนใจอยากจะเรียน ตอนอยู่ไทยผมได้เกรดประมาน 2.5 ซึ่งน้อยมากมากตอน ม.3 แต่พอผมได้มาศึกษาต่อที่อังกฤษ ผมได้มีโอกาสเรียนรู้วิชาที่ผมสนใจจริงๆ คือ Economics, Politics, Maths และ Further Maths ซึ่งพอผมได้เลือกวิชาที่ผมอยากเรียน ผมก็เริ่มสนใจมันมากขึ้น ใช้เวลาทบทวนมันมากขึ้น และทำได้ดีขึ้น จนตอนจบผมได้เกรด A* และ AA

Q : ตอนที่เรียนอยู่ Bromsgrove School เคยมีปัญหาเรื่องการเรียน หรือท้อแท้บ้างมั้ยคะ / แก้ไขปัญหาอย่างไร

A : มีบ้างนะครับ แบบเรียนได้ไม่ทันเพื่อนในห้อง หัวตามไม่ทันเพื่อนๆในห้อง เวลาผมท้อ ผมก็จะโทรหาพ่อแม่ผมตลอด ระบายกับพวกเขาว่าเหนื่อยมากเลยนะ แล้วพอผมระบายไป พ่อแม่เค้าก็จะให้กำลังใจผม ทำให้ผมกลับมาสู้เหมือนเดิม

Q : ความแตกต่างระหว่างชีวิตมัธยม กับมหาวิทยาลัยเป็นอย่างไรบ้างคะ

A : ส่วนตัวผมคิดว่าตอนมัธยม เราไม่ค่อยมีเวลาว่างเท่าใหร่ ถ้ามีก็แค่วันเสาร์กับอาทิตย์ เพราะจันทร์ถึงศุกร์ก็จะเป็นเวลาเรียน หลังเลิกเรียนก็มีกิจกรรมของโรงเรียนซะมากกว่า จะไม่มีเวลาว่างเลย แต่พอมหาวิทยาลัยแล้ว ทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวเรา ตอนเรียนเราไม่ไปก็ได้ ไปก็ได้ แถมเวลาว่างก็เยอะขึ้น เพราะเรียนแค่ 20 ชม. ต่ออาทิตย์เอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องมีวินัยในตัวเองด้วยนะครับ

Q : ตอนเลือกมหาวิทยาลัย มีใครคอยเป็นที่ปรึกษาบ้างมั้ยคะ

A : ตอนนั้นก็ได้ปรึกษากับทางโรงเรียน Bromsgrove ตลอดครับ ซึ่งได้รับคำแนะนำที่ดีมากเจ้าหน้าที่โรงเรียน แล้วก็ค้นหาข้อมูลเอาเองบนเว็บไซต์เองด้วยว่ามีมหาวิทยาลัยไหนที่เหมาะกับเรา หรือที่เราสนใจ ค้นหาวิชาที่เราอยากเรียน และจะนำไปใช้ในอนาคต

Q : ได้ประสบการณ์อะไรบ้างคะจากการไปเรียนที่อังกฤษครั้งนี้

A : ทำให้ผมเห็นประเทศที่มีผู้คนที่มีความคิดไม่เหมือนคนไทย เปิดโลกทัศน์ตัวเองมากขึ้น และก็มีโอกาสได้รู้จักตัวเองมากขึ้นเพราะมีเวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้นด้วย ความรับผิดชอบที่ต้องมีต่อตัวเองก็เยอะตาม

Q : เคล็ดลับความสำเร็จทั้งในการเรียน กิจกรรม และการใช้ชีวิตของเต็งหนึ่งคืออะไรคะ

A : ถ้าคิดว่าอยากจะทำอะไร ก็ให้เริ่มทำ อย่ามัวแต่คิดหรือลังเล เพราะเวลามันไม่เคยรอเรา ควรรีบไขว่คว้าทุกโอกาส ถ้าหากไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใคร

Q : อยากฝากอะไรถึงเพื่อนๆหรือน้องๆคนอื่นที่สนใจจะไปเรียนต่อต่างประเทศ แต่ยังลังเลอยู่มั้ยคะ

A : ก็ขอบอกเลยครับ มาเรียนอังกฤษไม่เสียดายเวลาแน่ มีอะไรให้ค้นหาอีกเยอะครับ แถมมีโอกาสได้พูดภาษาอังกฤษตลอดเวลาด้วย ได้เรียนรู้การใช้ชีวิต ได้เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆด้วยครับ

น้องตริน - ฉัตริน ศึกษาศิลป์
จบการศึกษาระดับมัธยมจาก Billanook College
UK

น้องตริน - ฉัตริน ศึกษาศิลป์

ผมเรียนอยู่ที่ Rydal Penrhos School ชั้น Year 13 ครับ รู้จักโรงเรียน Rydal Penrhos จากการไปงาน UK Education Exhibition organised by British Council ได้พบและสนทนากับ Head Master และ Deputy Head ซึ่งได้รับข้อมูลเกี่ยวกับโรงเรียนและข้อมูลเกี่ยวกับทุนการศึกษา ทางโรงเรียนจึงขอข้อมูลนักเรียนเกี่ยวกับผลการเรียนที่ผ่านมา และจัดให้มีการสอบทุนโดยให้ CETA ดูแลครับ จุดเริ่มต้นที่ทำให้ตัดสินใจมาเรียนต่อที่อังกฤษ เพราะผมสนใจด้านจิตวิทยาอยู่ครับ ประกอบกับอังกฤษเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านนี้ และเคยเรียนที่อังกฤษมาก่อน จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ตัดสินใจเลือกเรียนต่อที่ประเทศนี้ครับ ถ้าพูดถึงหลักในการเลือกโรงเรียน ผมจะดูจากที่อยู่ ค่าเล่าเรียน และตัวโรงเรียนครับ สำหรับ Rydal

Penrhos School การเยี่ยมชมโรงเรียนในครั้งแรกและได้รับทุนการศึกษาจากที่นี่ก็ช่วยผมตัดสินใจเลือกเรียนที่นี่ได้ไม่ยากครับ

เทคนิคการได้ทุนของผมก็คือ ต้องมีพื้นฐานพูดฟังภาษาอังกฤษที่ดีพอสมควรครับเพื่อใช้ในการสอบชิงทุน ประกอบกับผลการเรียนและกิจกรรมที่นอกเหนือจากการเรียนที่ผ่านมา สำหรับผมนะครับก็มีการเตรียมตัวอยู่แล้ว เพราะเป็นช่วงที่ผมกำลังจะเตรียมสอบ IGCSE อยู่แล้ว ในปีนี้ เนื่องจากเป็นปีสุดท้ายของการเรียน ทำให้ต้องเรียนค่อนข้างหนัก เพื่อเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย นอกจากนั้นยังมี Project งานค่อนข้างเยอะ และกิจกรรมอื่นๆ ของทางโรงเรียนให้ร่วมทำอีกด้วย โดยรักบี้เป็นกิจกรรมมีชื่อของโรงเรียนที่มีการแข่งขันถึงระดับโรงเรียน แต่เนื่องจากผมชื่นชอบด้านดนตรี จึงตัดสินใจเป็นมือกลอง แต่ด้วยความโชคดีของผมที่ช่วงนั้นขาดแคลนมือกลองมาก ทำให้ผมได้มีโอกาสร่วมเล่นดนตรีกับทุกวงในโรงเรียน นับว่าเป็นโอกาสและประสบการณ์ที่ดีมากครับ นอกจากนั้นผมยังมีโอกาสได้ร่วมแสดงละคร อีกทั้งยังมีความสนใจในกีฬาเรือใบ เพราะกีฬาเรือใบเป็นกีฬาที่ไม่มีในเมืองไทยครับ

ถ้าพูดถึงบรรยากาศในโรงเรียน ทุกอย่างดีมากครับ ทั้งเพื่อนก็น่ารัก คุณครูก็ช่วยเหลือผมทุกอย่าง ตั้งแต่การสมัครเข้ามหาวิทยาลัย เลือกคณะ รวมไปถึงการเขียนจดหมายยื่นทางมหาวิทยาลัยอีกด้วยครับ ในส่วนของที่พัก การอยู่หอทำให้ผมได้เรียนรู้วัฒนธรรมจากเพื่อนต่างชาติ ได้เห็นและเข้าใจในหลากหลายมุมมอง เข้าใจคนอื่น และรู้จักประยุกต์ใช้สิ่งที่เรียนมากับชีวิตประจำวัน นอกจากนั้นการอยู่หอพักยังทำให้ผมรู้จักปรับตัวทั้งด้านสังคมในการทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนในหอพัก และความรับผิดชอบในการจัดสรรเวลา เจ้าหน้าที่ดูแลหอพักเองก็ดูแลและให้คำปรึกษาดีมากครับ คอยสอบถามถึงการเรียนและเรื่องอื่นๆ เป็นประจำ เป็นเหมือนพ่อแม่อีกคนเลยครับ

การมาเรียนที่อังกฤษครั้งนี้ นอกจากความรู้ ผมยังได้ทั้งภาษาฝรั่งเศส ความรับผิดชอบที่มากขึ้น และเข้าใจคนอื่นมากขึ้นด้วยครับ สำหรับเคล็ดลับทางด้านการเรียน กิจกรรม และการใช้ชีวิตของผมคือ การจัดการด้านเวลาที่ดี แบ่งเวลาให้เหมาะสม นอกจากนั้นการศึกษา Course Syllabus ก่อนเริ่มเรียนก็ช่วยในการเตรียมตัวก่อนเรียน และช่วยทบทวนเนื้อหาก่อนการสอบได้มากทีเดียว

ตอนนี้ผมสนใจเลือกเรียนทางด้าน Psychology & Linguistics เนื่องจากได้ไปเรียนที่ Rydal ได้พบผู้คนมากขึ้น และสภาพแวดล้อมที่แตกต่างจากเดิม ทำให้เป็นจุดเริ่มต้นของผมที่จะเรียนทางด้านจิตวิทยาครับ ซึ่งตอนนี้ก็ได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยทั้ง 5 แห่งที่สมัครเลยครับ แต่ระบบ UCAS ที่ “ให้ผมเลือกขั้นสุดท้ายมีเพียง 2 แห่งคือที่ Oxford university คณะ Psychology & Linguistics และ Durham University คณะ Psychology”

อยากจะฝากถึงเพื่อนๆ หรือน้องๆ ที่สนใจจะเรียนต่อต่างประเทศว่า ความกล้าเป็นสิ่งที่สำคัญ เมื่อมีโอกาสเข้ามา ก็ต้องกล้าที่จะคว้าโอกาสนั้นไว้ แต่ถ้าไม่มีโอกาส ก็ต้องพาตัวเองเข้าไปอยู่ในโอกาส จงอย่ากลัวในสิ่งที่ไม่เคยทำ นอกจากนั้นผม

ยังคิดว่าหลักสูตรการเรียนการสอนที่อังกฤษยังเปิดโอกาสให้นักเรียนได้มีอิสระในการเลือกเรียน เพราะได้เรียนในวิชาเฉพาะที่นักเรียนมีความสนใจอยู่ ซึ่งเหมาะสมอย่างมากกับทุกๆ คนที่อยากจะเรียนแบบเจาะลึกในวิชาเฉพาะที่ตัวเองมีความสนใจครับ

น้องเต็งหนึ่ง - พีรวิชญ์ ศศลักษณานนท์
เรียนที่ Bromsgrove School
UK

น้องเต็งหนึ่ง - พีรวิชญ์ ศศลักษณานนท์

น้องเต็งหนึ่ง – พีรวิชญ์ ศศลักษณานนท์

คุณครูที่นี่ดีมากครับ ถ้าผมไม่เข้าใจ ครูก็จะนัดวันให้ผมมาเรียนเพิ่มเติม ทุกวันเสาร์ก็จะมีการเปิดชั้นเรียนพิเศษให้กับนักเรียนที่เรียนไม่ทันด้วย บรรยากาศที่โรงเรียนสวยมาก อาคารเรียนจะออกสไตล์เก่าแก่ แต่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ไม่ว่าจะเป็นห้องคอมพิวเตอร์ ห้องอาหาร ศูนย์กีฬา ห้องนั่งเล่น

แรกๆ ที่เป็นนักเรียนประจำใหม่ๆ ก็มีเหงาบ้างครับ เพราะยังไม่มีเพื่อน ไม่ค่อยกล้าคุยกับใครเท่าไหร่ แต่หลังจากนั้นไม่นานก็เริ่มรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน เพราะทุกคนเป็นกันเองมาก ตั้งแต่เป็นนักเรียนประจำ ทำให้ผมได้เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่น รู้จักความเกรงใจ รู้จักรักษาความสะอาดเพื่อส่วนรวม และมีความรับผิดชอบต่อตนเองมากขึ้น ครูประจำหอพักก็ใจดีมาก ถ้าผมดูท่าทางเศร้าหรือมีเรื่องไม่สบายใจ ครูจะคอยเข้ามาถามตลอดว่าเป็นอะไรหรือเปล่า แล้วก็มี House Parents ช่วยดูแลให้คำปรึกษาเรื่องการเรียน

การปรับตัวอย่างแรกของผมคือเรื่องนิสัย บางครั้งผมไม่เข้าใจวัฒนธรรมของที่นี่ ก็มีการแลกเปลี่ยนความรู้กัน ผมอยากจะบอกว่าอังกฤษเป็นประเทศที่น่าเรียนมาก อากาศก็ดี ตัวผมเองมาเรียนที่นี่ก็ทำให้ได้รู้จักตัวเองมากขึ้น เวลาว่างก็ได้มีโอกาสทบทวนว่าตัวเองชอบทำอะไร และอยากเป็นอะไรในอนาคต รวมทั้งได้เรียนรู้เรื่องมารยาทและวัฒนธรรมของชาวอังกฤษด้วย

น้องธัช - ธีธัช เสนาจักร
เรียนที่ Warminster School
UK

น้องธัช - ธีธัช เสนาจักร

น้องธัชธีธัช เสนาจักร

โรงเรียนที่ธัชเรียนเป็นโรงเรียนเก่าแก่และกว้างขวางมาก แต่อบอุ่นน่าอยู่ เพื่อนๆ ก็เป็นกันเอง โรงเรียนมีสนามกีฬาขนาดใหญ่และหลากหลายประเภท ทั้งสนามฟุตบอล ฮอกกี้ คริกเก็ต ซอฟต์บอล สระว่ายน้ำ ธัชได้ร่วมกิจกรรมหลายอย่าง ทั้งแข่งวิ่ง แข่งฟุตบอล แข่งปิงปอง และตั้งวงดนตรีกับเพื่อน

การอยู่ประจำก็ดีนะครับ เพราะทำให้เราได้เรียนรู้การดูแลตัวเอง ตรงต่อเวลา มีความรับผิดชอบ และรู้จักการปรับตัวให้เข้ากับคนอื่น ครูประจำบ้านพักก็ให้ความช่วยเหลือดี ดูแลใกล้ชิดมาก ติดขัดอะไรก็ถามได้ตลอด แล้วก็มีติวเตอร์ประจำบ้าน ถ้าวิชาไหนที่เรียนอ่อนก็จะมีการปรับกลุ่มเพื่อให้เรียนดีขึ้น

ธัชจะสนิทกับ Guardian มาก ธัชว่าเราควรมี Guardian เพราะเวลามีปัญหาเขาสามารถจัดการได้ทันที Guardian ของธัชดูแลดีมาก ช่วยเหลือทุกอย่างได้อย่างรวดเร็ว

การมาเรียนที่อังกฤษในช่วงแรกๆ อาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งเรื่องภาษา เรื่องการปรับตัว แต่ใช้เวลาไม่นานทุกอย่างก็เริ่มเข้าที่ เพราะธัชได้เพื่อนดี ครูดี พี่ๆ ที่ CETAก็ดูแลดีมาก ทุกครั้งที่ติดต่อเพื่อขอความช่วยเหลือ จะได้รับคำตอบเร็วมาก

น้องนาย - วิรดา ศศลักษณานนท์
เรียนที่ Bromsgrove School
UK

น้องนาย - วิรดา ศศลักษณานนท์

น้องนาย – วิรดา ศศลักษณานนท์

ที่อังกฤษจะเรียนแตกต่างจากไทย โดยเน้นสอนให้เด็กเข้าใจมากกว่าให้ท่องจำอย่างเดียว ขณะเดียวกันก็ให้นักเรียนทำกิจกรรมควบคู่ไปด้วย หลังเลิกเรียนจะมีกิจกรรมทำทุกวัน ส่วนใหญ่จะเป็นกิจกรรมกีฬา ครูก็ดีมากเลยค่ะ เป็นกันเองและใจดี เวลามีปัญหาเราสามารถเข้าไปขอความช่วยเหลือกับครูได้ ไม่ต้องกลัวเลย ครูจะเป็นเพื่อนและคอยอยู่เคียงข้างเราเสมอ เพียงแต่เราต้องกล้าพูดกล้าคุย ต้องทำกิจกรรมเยอะๆ จะได้รู้จักคนมากขึ้น ที่สำคัญ ต้องจริงใจด้วยค่ะ

โรงเรียนที่นายเรียนอยู่นี้กว้างขวางมาก สภาพแวดล้อมก็ดี น่าอยู่ มีพื้นที่ให้เราทำกิจกรรมเยอะมาก มีต้นไม้บริเวณรอบๆ โรงเรียน มีสระว่ายน้ำ ห้องฟิตเนส สนามกีฬากลางแจ้ง ห้องกีฬาขนาดใหญ่ ซึ่งเราเข้าไปเล่นตอนไหนก็ได้ ใครไม่มีอุปกรณ์ก็สามารถยืมอุปกรณ์ของโรงเรียนได้ ใครที่ชอบเล่นกีฬามาเรียนที่นี่รับรองว่าสนุกแน่นอนค่ะ

ชีวิตนักเรียนประจำฝึกให้นายรู้จักช่วยเหลือตัวเองมากขึ้น ได้รู้จักความอดทนและเข้มแข็งขึ้น ตอนอยู่หอแรกๆ นายร้องไห้เป็นอาทิตย์เลย คิดว่าตัวเองจะอยู่ไม่ได้เสียแล้ว เพราะคิดถึงบ้านมาก แล้วก็ค่อนข้างกังวลเรื่องการเรียน นายเคยขอพ่อกลับเมืองไทย แต่พ่อบอกว่าต้องเข้มแข็ง ให้ลองอยู่ดูก่อน ผ่านไปไม่นาน เวลาช่วยเราได้ค่ะ เวลาคิดถึงบ้านก็ใช้วิธีโทรศัพท์หาครอบครัว ตอนนี้นายมีความสุขกับชีวิตที่นี่มาก ย้อนคิดกลับไปถ้าตอนนั้นถอดใจกลับบ้าน คงจะเป็นการตัดสินใจที่ผิดมากเลยค่ะ

การมาเรียนเมืองนอกโดยไม่มีพ่อแม่มาอยู่ด้วย บางครั้งก็รู้สึกท้อ เหงา แต่นายเชื่อว่าทุกคนจะผ่านจุดนั้นไปได้ เวลาจะช่วยเราได้ค่ะ สำหรับเพื่อนๆ ที่อยากมาเรียนที่อังกฤษ ก่อนจะมาควรไปเรียนเสริมภาษาอังกฤษก่อน ฝึกพูดเยอะๆ หัดเขียนเรียงความเป็นภาษาอังกฤษ เพราะที่นี่มีเขียนเรียงความตลอด อังกฤษเป็นประเทศที่น่าเรียนและปลอดภัยมาก อากาศก็ดี ใครจะมาเรียนต้องขยัน ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวการบ้านจะท่วมตัว (หัวเราะ)

น้องหนุน - พีรวัส ศศลักษณานนท์
เรียนที่ Bromsgrove School
UK

น้องหนุน - พีรวัส ศศลักษณานนท์

น้องหนุน – พีรวัส ศศลักษณานนท์

หนุนมาเรียนที่ Bromsgrove School ได้ประมาณหนึ่งปีแล้วครับ การเรียนก็ไม่ค่อยยากเท่าไหร่ บรรยากาศที่โรงเรียนก็ร่มรื่นดี มีสนามกีฬาขนาดใหญ่ทั้งในร่มและกลางแจ้ง ครูที่นี่ดูแลผมดีมาก หอพักที่นี่ก็ทันสมัยดี มีความสะดวกสบาย หนุนได้แชร์ห้องอยู่กับเพื่อนรวม 6 คน เพราะห้องของหนุนใหญ่กว่าห้องอื่น ส่วนใหญ่จะเป็นเพื่อนนักเรียนแลกเปลี่ยนคนไทยที่มาเรียนที่นี่หนึ่งเทอม สนุกดีครับ เพื่อนๆ เข้ากันได้ดีทุกคน การอยู่หอพักทำให้เรามีเวลาได้ทำการบ้านทุกวัน เพราะครูจัดเวลาให้ และช่วยเหลือในการทำการบ้าน ได้คุยกับเพื่อนบ่อยๆ พออยู่นานๆ ไปก็ปรับตัวได้เอง อาหารที่นี่ก็อร่อยดี เมนูเปลี่ยนใหม่ทุกวัน

มาเรียนที่นี่มีข้อดีหลายอย่าง ทำให้ได้ฝึกภาษาอังกฤษ ได้ออกกำลังกายมากกว่าตอนอยู่เมืองไทย ทำให้หนุนเล่นกีฬาได้ดีขึ้น ตอนนี้ได้เข้าร่วมทีมกีฬารักบี้กับทางโรงเรียนด้วย รวมทั้งได้เจอเพื่อนจากหลากหลายประเทศ ถึงจะไม่ได้เจอพ่อแม่และอยู่ไกลจากบ้านเกิด แต่ก็อยากให้ทุกคนมุ่งมั่นตั้งใจครับ

น้องนาตาลี - ณัทาลี สุขประสงค์ผล
เรียนที่ Westbourne School
UK

น้องนาตาลี - ณัทาลี สุขประสงค์ผล

น้องนาตาลี – ณัทาลี สุขประสงค์ผล

ส่วนตัวหนูมีความฝันอยากเรียนต่างประเทศอยู่แล้ว อังกฤษเป็นประเทศหนึ่งที่ได้ชื่อว่ามีระบบการศึกษาดีที่สุดในโลกก็เลยสนใจอยากไปเรียน จนกระทั่งสอบชิงทุนมาเรียนต่อที่โรงเรียน Westbourne School ได้ เป็นทุนค่าเล่าเรียนเต็มจำนวนเป็นเวลา 2 ปี เพื่อเรียน Year 10-11 ในหลักสูตร GCSE โดยทาง CETA ได้ให้ความช่วยเหลือแทบทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสมัครเรียน การจัดสอบ การขอวีซ่า หรือติดต่อกับโรงเรียน ทำให้มีความพร้อมและเตรียมตัวได้ดีขึ้น

โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก ทำให้ทุกคนรู้จักกันหมด บรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง ทุกคนมีน้ำใจ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ไม่มีการแบ่งแยกเชื้อชาติศาสนาเลย อยู่แล้วสบายใจค่ะ มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทั้งหนังสือ คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ อุปกรณ์กีฬา อินเทอร์เน็ต และอื่นๆ ตามความจำเป็น

นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่หนูได้อยู่ Boarding รู้สึกดีใจและภูมิใจในตัวเองมาก อยู่ที่นี่ได้ทำอะไรเองหลายอย่าง เช่น ทำกับข้าว ซักผ้า รีดผ้า ไม่เหมือนกับตอนอยู่เมืองไทยที่มีคนคอยทำให้ ที่สำคัญคือต้องมีระเบียบวินัยในตนเอง รู้จักแบ่งเวลาให้เป็น เล่นคือเล่น เรียนคือเรียน ต้องจัดห้องพัก ทำความสะอาดเอง ทำให้มีความรับผิดชอบมากขึ้น

การปรับตัวอย่างแรกของหนูคือการนอนในห้องเดียวกับคนที่เราไม่รู้จักมาก่อน หนูได้แชร์ห้องกับเพื่อนชาวสเปนที่อายุเท่ากันและเรียนอยู่ห้องเดียวกัน ถึงแม้จะไม่ได้สนิทกันมาก แต่ก็พูดคุยและช่วยเหลือกันได้อย่างไม่มีปัญหา กลายเป็นว่าการอยู่ร่วมกับคนอื่นเป็นประสบการณ์ที่ดี ทำให้เราได้รู้จักปรับตัวมากขึ้น หอพักของหนูมีนักเรียนหลากหลายสัญชาติ แน่นอนว่าแต่ละคนมีนิสัยใจคอและมาจากวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ซึ่งจะต้องมีการปรับตัวเข้าหากัน ทำให้ทุกคนในหอรู้จักกันดี มีความสนิทสนมและผูกพันกัน คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เป็นบรรยากาศที่อบอุ่นเต็มไปด้วยความรัก

เจ้าหน้าที่ดูแลหอก็เอาใจใส่เด็กทุกคนเป็นอย่างดี เวลามีปัญหาหรือไม่สบายใจก็สามารถปรึกษาได้ และช่วยเหลือเราอย่างดีที่สุด หนูรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่ในครอบครัว แต่ละหอพักจะมี Blog ให้ทุกคนเข้าไปเขียน ทำให้ผู้ปกครองได้รับรู้ข่าวคราวความเป็นไปในหอ และผู้ปกครองยังสามารถติดต่อกับผู้ดูแลหอได้ตลอดเวลา ทั้งทางโทรศัพท์และอีเมล

การเรียนการสอนของไทยกับอังกฤษแตกต่างกันค่อนข้างมาก ประเทศเขาสอนให้เด็กคิดวิเคราะห์และประยุกต์ แต่ของไทยส่วนใหญ่จะเน้นท่องจำ แล้วที่อังกฤษเวลาเด็กไม่เข้าใจ เขาจะยกมือถาม คุณครูที่อังกฤษจะเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของนักเรียนมากกว่า สามารถพูดคุยถึงความคิดที่แตกต่างกันได้มากกว่า ทางโรงเรียนจะมี Tracking report สรุปผลการเรียนทุกวิชาของนักเรียนแต่ละคน แล้วส่งให้ผู้ปกครองทุกเดือน ทำให้ได้ทราบถึงความคืบหน้าในการเรียน รวมทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนของเรา เพื่อปรับปรุงได้ถูกทาง ส่วนถ้าเป็นเรื่องทั่วไปก็สามารถขอคำแนะนำหรือขอความช่วยเหลือจากคุณครูได้ตลอดเวลา

น้องมอส - ณัฐพัฒน์ คมวุฒิชัย
เรียนที่ Warminster School
UK

น้องมอส - ณัฐพัฒน์ คมวุฒิชัย

น้องมอส – ณัฐพัฒน์ คมวุฒิชัย

ก่อนหน้านี้ผมเคยไป Summer Course กับ CETA เพื่อฝึกภาษาที่โรงเรียน Concorde International เมือง Canterbury ประเทศอังกฤษ เป็นการเดินทางไปต่างประเทศครั้งแรก ก็ตื่นเต้นนิดหน่อย และได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆ รวมทั้งได้สัมผัสกับวัฒนธรรมอังกฤษด้วย หลังจากนั้นก็ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนจริงๆ คือ Chaucer Technology College ก็เป็นช่วงเวลาที่ผมได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ เพิ่มมากขึ้น

การไปเรียนครั้งนั้น ผมได้ทดลองใช้ชีวิตอยู่กับโฮสท์แฟมิลี่ ได้ฝึกพูดภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษา ทำให้ตัดสินใจที่จะไปเรียนต่อที่อังกฤษในคอร์ส GCSE ซึ่งจะเรียนใน Year 10 – 11 วิชาที่ต้องเรียนมี 8 วิชา เป็นวิชาบังคับ 4 วิชา คือ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ และวิชาเลือกอีก 4 วิชา ซึ่งหนึ่งในนั้นจะต้องมีวิชาเกี่ยวกับภาษาด้วย เช่น ภาษาอังกฤษ สเปน ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี ส่วนอีก 3 วิชาจะเลือกตามความสนใจของแต่ละคน เช่น Geography, History, Design technology (DT), Religion studies (RS) , Business studies, PE, Drama, Music ในหนึ่งสัปดาห์จะมีการบ้านอย่างน้อยวันละ 3 วิชา ข้อไหนทำไม่ได้คุณครูก็จะคอยให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี

การปรับตัวเข้ากับเพื่อนช่วงแรกลำบากอยู่บ้าง เพราะภาษาของผมยังไม่ค่อยคล่อง แต่พอผ่านไปก็เริ่มมีเพื่อนเพิ่มขึ้น จนสุดท้ายทุกอย่างก็ลงตัว เพื่อนที่นี่ส่วนใหญ่เป็นคนอังกฤษครับ มีคนจีนอยู่ประมาณ 20 กว่าคน คนไทย 4 คน นอกนั้นก็มาจากอิตาลี สเปน เยอรมัน เวียดนาม อเมริกา และรัสเซีย

บรรยากาศของโรงเรียนร่มรื่นดีครับ ต้นไม้เยอะ โดยเฉพาะเมือง Warminster นี้ไม่ค่อยมีรถยนต์ เพราะเป็นเมืองที่ไม่ใหญ่มาก อากาศดี เย็นสบาย แต่ช่วงหน้าหนาวจะหนาวมาก ที่โรงเรียนมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ห้องน้ำก็มีอยู่เกือบทุกที่ โรงอาหารก็โอเคครับ เวลาทำการบ้านใน Boarding House ส่วนใหญ่จะเป็นช่วง 19.00 – 21.00 น. ส่วนเวลาพักเที่ยงหรือพักบ่ายก็สามารถไปทำการบ้านที่ห้องสมุดได้

ช่วงแรกที่อยู่หอพักของโรงเรียน ผมรู้สึกแปลกๆ อยู่บ้างที่ต้องแชร์ห้องนอน ห้องน้ำ กับคนอื่น แต่พอเวลาผ่านไปทุกอย่างก็ดีขึ้น รูมเมทของผมเป็นชาวอังกฤษและเป็นเพื่อนชั้นเดียวกัน อยู่ด้วยกันมาจะสองปีแล้ว ก็มีความสุขดี ต่างคนต่างเข้าใจกัน ช่วยเหลือพึ่งพากัน เป็นการเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่กับผู้อื่น เกรงใจซึ่งกันและกัน รู้จักการรับและการให้

การอยู่หอพักเราต้องเป็นคนที่ต้องตรงต่อเวลา รู้จักวางแผนเรื่องเวลาให้ดี ทำอะไรก็ต้องเผื่อเวลาไว้ ช่วงแรกๆ ผมทำอะไรไม่ค่อยทันคนอื่น แต่ตอนนี้โอเคแล้ว ครูประจำหอพักจะดูแลเราทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นตอนเจ็บป่วยหรือมีปัญหา เวลาว่างส่วนใหญ่ผมจะเข้าโรงยิม หรือไม่ก็เตะบอลกับเพื่อน ถ้าหอพักปิดก็จะไปอยู่กับโฮสท์แฟมิลี่แถวเมือง Bath ได้เข้าเมืองใหญ่ไปเดินเล่นหาอะไรอร่อยๆ ทาน

การมาเรียนที่นี่ก็ดีนะครับ ได้เรียนรู้อะไรเยอะเลย ได้ใช้ชีวิตแบบใหม่ที่แตกต่างออกไป ได้ฝึกภาษาอังกฤษ เรียนรู้การใช้ชีวิต การเอาตัวรอด การปรับตัว การเรียนรู้คนประเภทต่างๆ และรู้จักตัดสินใจด้วยตัวเอง

น้องแกเบรียล – ชัช ทัตติยกุล
Trinity School
UK

น้องแกเบรียล – ชัช ทัตติยกุล

น้องแกเบรียล – ชัช ทัตติยกุล

ตอนนี้ผมเรียนอยู่ที่ Trinity School Teignmouth – Lower Sixth Form มาประมาณ 1 ปีแล้วครับ ผมเตรียมตัวโดยการเรียนพิเศษก่อนมาที่อังกฤษครับ แต่พอมาอยู่จริงๆแล้วคิดว่าการฝึกฝนโดยการท่องศัพท์จะได้ผลดีกว่าครับ ยิ่งท่องมากก็ยิ่งพัฒนาไวครับ

บรรยากาศโดยรอบโรงเรียนก็ดีครับ สวยงามดี ปกติแล้วนักเรียนจะเลือกวิชาเรียน 3-4 วิชาครับ แต่ผมคิดว่าถ้าทุ่มเทให้กับการเรียนแค่ 3 วิชาจะทำให้ได้ผลออกมาดีกว่าครับ คุณครูที่นี่จะใส่ใจเด็กทุกคน อันนี้ขึ้นอยู่กับตัวนักเรียนด้วยครับ ถ้าไม่เข้าใจก็ต้องรู้จักถามเพราะคุณครูเขาจะไม่สอนเนื้อหาซ้ำๆครับ ถ้าเราถามเค้าจะมาอธิบายให้เข้าใจง่ายขึ้น

ในเรื่องการปรับตัว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความมีน้ำใจครับ ถ้าเรารู้จักมีน้ำใจก็จะมีเพื่อนมากครับ ยิ่งถ้าเรามีความสนใจตรงกันด้วยแล้ว ก็จะเข้ากันได้เร็วเลยครับ สิ่งสำคัญคือต้องรู้จักพูดคุยและเข้าหาผู้อื่นครับ

การมาอยู่หอพักเป็นเรื่องที่ดีนะครับ ทำให้เราได้รู้จักกับเพื่อนใหม่ๆ ได้พูดคุย ปรึกษา ทำกิจกรรมและช่วยเหลือกัน ทางหอพักจะมีเวลาให้ทบทวนบทเรียนในช่วงหกโมงเย็นถึงสองทุ่มโดยประมาณครับ ถ้าต้องการทบทวนบทเรียนเพิ่มเติมก็สามารถทำได้ครับ ที่สำคัญต้องรู้จักแบ่งเวลาครับ เพราะทางโรงเรียนจะมีกิจกรรมให้เลือกทำนอกเหนือจากบทเรียนด้วยครับ

น้องเชอรี่ – เพชรรัตน์ บุศปพงศ์
เรียนที่ Badminton School
UK

น้องเชอรี่ – เพชรรัตน์ บุศปพงศ์

น้องเชอรี่ – เพชรรัตน์ บุศปพงศ์

อายุ 15 ปี Year 10

จริงๆ เชอรี่ไม่มีแผนจะมาเรียนที่อังกฤษตั้งแต่แรก แต่พอดีมีเพื่อนชวนไปสอบที่โรงเรียน Badminton ก็เลยถามคุณพ่อคุณแม่ว่าถ้าสอบได้จะให้ไปเรียนมั้ย ท่านก็อนุญาต จากนั้นเชอรี่ก็หาข้อมูลของโรงเรียน อีกส่วนหนึ่งก็ได้ใช้บริการของ CETA ซึ่งจัดให้ใช้สถานที่สอบ และช่วยเหลือเรื่องการทำวีซ่า

Badminton เป็นโรงเรียนหญิงล้วนขนาดไม่ใหญ่มาก มีนักเรียนประมาณ 400 คน ทำให้บรรยากาศมีความอบอุ่นเป็นกันเอง โดยเฉพาะระหว่างเพื่อนๆ และกับคุณครูที่สอนแต่ละวิชา ส่วนคุณครูที่ดูแลประจำหอพักก็ให้ความเป็นกันเองมากให้อิสระพอสมควร ส่วนนักเรียนชาวอังกฤษที่เป็นนักเรียนไป-กลับ ผ่านไปหนึ่งเทอมก็รู้จักกันดีทุกคน วันเสาร์ก็หอบการบ้านมาทำกับนักเรียนประจำอย่างพวกเรา ที่โรงเรียนจัดมุมทำการบ้านในห้องสมุดให้เป็นประจำด้วย

ระบบการเรียนการสอนของที่นี่เน้นการแสดงความคิดเห็น การแสดงออก และเปิดโอกาสให้นักเรียนสูง ทำให้สามารถค้นหาความชอบที่แท้จริงของตนเอง เพื่อตัดสินใจเลือกเรียนและเลือกอาชีพที่ตัวเองชอบและถนัดในอนาคตได้ไม่ยาก กิจกรรมของโรงเรียนก็มีทั้งดนตรี การแสดง กีฬา ซึ่งในแต่ละเทอมอาจจะแตกต่างกันบ้าง ใครเก่งด้านดนตรีก็อาจได้รับคัดเลือกไปร่วมแสดงทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน

สำหรับเชอรี่เองชอบกีฬา ก็ได้รับคัดเลือกให้เป็นตัวแทนของโรงเรียนไปแข่งกีฬากับโรงเรียนอื่นอยู่เป็นระยะๆ โดยแบ่งเวลาในการฝึกซ้อมได้ไม่เป็นอุปสรรคในการเรียนหรือการทำการบ้านเลย เพราะการเป็นนักเรียนประจำทำให้มีเวลามากพอที่จะจัดสรรเวลาได้ นอกจากนี้ที่โรงเรียนยังมีแคมป์ปิ้ง กางเต็นท์พักค้างแรมร่วมกับเพื่อนๆ สนุกและตื่นเต้นดี แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ เพราะความปลอดภัยถือเป็นเรื่องใหญ่ที่โรงเรียนให้ความสำคัญอยู่แล้ว

บรรยากาศของ Boarding ที่ Badminton มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ครบครันสำหรับนักเรียนประจำ เช่น เครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า เตารีด ไมโครเวฟ เตาอบ จานชาม โทรทัศน์ วิดีโอ คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต ห้องสันทนาการ ห้องอาหาร ห้องฟิตเนส สระว่ายน้ำ สนามกีฬาประเภทต่างๆ ภายในห้องนอนก็มีฟูก ตู้เสื้อผ้า โต๊ะเขียนหนังสือ โคมไฟ ส่วนห้องน้ำและห้องอาบน้ำแยกจากห้องนอน แต่ก็มีทุกชั้นค่ะ

การใช้ชีวิตประจำวันใน Boarding จะมีการทบทวนบทเรียนหรือทำการบ้านช่วงค่ำๆ และวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ยิ่งเรียน Year สูงขึ้นก็ยิ่งเรียนหนักขึ้น ต้องมีการอ่านหนังสือทบทวนและเตรียมแผนการเรียนล่วงหน้า ช่วงเวลาพักผ่อนก็ดูโทรทัศน์ ร้องเพลงกับเพื่อน เฮฮาสนุกสนาน ผ่อนคลาย ถึงวันเกิดใครก็มีการจัดปาร์ตี้เล็กๆ ฉลองกัน หรือบางครั้งก็ไปออกกำลังกายที่ห้องฟิตเนสหรือวิ่งรอบสนาม ส่วนในวันหยุดสุดสัปดาห์ทางโรงเรียนมักจะพาออกไปทัศนศึกษานอกโรงเรียนทั้งไกลและใกล้ เพื่อให้ได้ประสบการณ์และทำให้นักเรียนไม่เหงาด้วย

การอยู่ Boarding ให้อะไรกับเชอรี่มากมาย ทำให้รู้จักรับผิดชอบ รู้จักแบ่งเวลา และการเข้าสังคมกับเพื่อนๆ ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม มีความแตกต่างด้านทัศนคติ ความชอบ และอุปนิสัย เป็นการเปิดมุมมองใหม่ๆ ในการทำความเข้าใจกับพฤติกรรมของมนุษย์ด้วย การปรับตัวใน Boarding เชอรี่ว่าขึ้นอยู่กับตัวเราเอง ถ้าเรายึดถือตัวเองเป็นศูนย์กลาง เคยทำตัวอย่างไรที่บ้านก็ทำอย่างนั้น ไม่ยอมปรับตัว ก็คงจะลำบาก เพราะแต่ละคนก็มาจากหลากหลายครอบครัว วัฒนธรรม มีทัศนคติที่แตกต่าง เชอรี่คิดง่ายๆ ว่าทุกคนเป็นเพื่อนกัน ต้องช่วยเหลือดูแล และให้อภัยกัน

สำหรับเชอรี่ Homesick น้อยมาก เพราะที่โรงเรียนมีอะไรให้ทำเยอะมาก ทั้งสนุกสนานและมีความสุขกับเพื่อนๆ รวมทั้งการเรียนการสอนที่จัดหนักขึ้นเรื่อยๆ รู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วมาก เลยไม่ค่อยมีเวลาเหงาเท่าไหร่ อีกอย่างการติดต่อกับคุณพ่อคุณแม่ก็สะดวกมาก ไม่ว่าจะเป็น LINE, Tango ส่วนใหญ่เชอรี่จะติดต่อทางบ้านเฉพาะวันหยุดค่ะ ก็ได้รับรู้ข่าวคราวของครอบครัว รวมทั้งส่งข่าวชีวิตความเป็นอยู่ของเราให้ทางบ้านรู้ด้วย เวลาแต่ละวันผ่านไปเร็วมาก แป๊บเดียวก็ได้กลับบ้านแล้ว

เชอรี่อยากแนะนำเพื่อนๆ ที่ต้องการจะไปเรียนต่อที่สหราชอาณาจักร ก่อนอื่นให้ถามใจและความพร้อมของตัวเองก่อน ไม่ใช่ตามใจพ่อแม่ จากนั้นก็เตรียมความพร้อมเรื่องภาษาอังกฤษให้ดี ที่สำคัญน่าจะศึกษาโรงเรียนที่จะเลือกเข้าเรียน และอาจจะหาโอกาสไป Visit โรงเรียน จะทำให้เห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น และเลือกโรงเรียนได้ถูกใจด้วย รวมทั้งสอบถามข้อมูลจากทางเอเจนซี่ในเมืองไทย สอบถามผู้ปกครองที่เคยส่งลูกไปเรียน เรียกว่าหาข้อมูลให้ได้มากที่สุดยิ่งดี

น้องบุ๊ค - รัตตา กำธรกิจตระกูล
เคยเรียนที่ Oswestry School
UK

น้องบุ๊ค - รัตตา กำธรกิจตระกูล

น้องบุ๊ค – รัตตา กำธรกิจตระกูล

บุ๊คสนใจเรียนคอร์ส 1 year GCSE แต่โรงเรียนส่วนใหญ่ที่เปิดสอนหลักสูตรนี้มักจะเป็น International School ซึ่งมีนักเรียนไทยค่อนข้างเยอะ ทำให้ไม่ค่อยได้ฝึกภาษา แต่ที่โรงเรียน Oswestry School นักเรียนส่วนใหญ่เป็นชาวอังกฤษ ก็เลยตัดสิน-ใจเลือกโรงเรียนนี้ค่ะ

หลักสูตร 1 year GCSE จะแตกต่างกับหลักสูตร 2 years GCSE คือ มีเวลาเรียนแค่หนึ่งปี แต่เนื้อหาเท่ากับหลักสูตร 2 ปี เพราะฉะนั้นต้องมีความขยัน และมีความรับผิดชอบมากกว่า เพราะการบ้านเยอะกว่า ขณะเดียวกันก็ยังต้องทำกิจกรรมภายในโรงเรียนและหอพักไปด้วย ทางโรงเรียนจะมีชมรมต่างๆ ให้เลือก เราสามารถไปเข้าชมรมได้ตอนพักเที่ยงหรือหลังเลิกเรียน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมของโรงเรียนและกิจกรรมในหอพักด้วย ปกติเวลาในการทบทวนบทเรียนจะเป็นช่วง 18.30-20.30 น. ของวันจันทร์ถึงศุกร์ และเวลา 18.15-19.15 ของวันอาทิตย์ค่ะ

วันแรกที่เข้าเรียน บุ๊คกลัวมากว่าจะฟังครูไม่รู้เรื่อง แต่เอาเข้าจริงก็ไม่ได้เป็นอย่างที่คิด ครูพยายามพูดช้าๆ ให้เราเข้าใจ คอยเดินมาถามว่าทำได้มั้ย คงเพราะห้องเรียนมีนักเรียนแค่ 15 คน ทำให้ครูสามารถดูแลนักเรียนได้ทั่วถึง เวลาทำการบ้านหลังเลิกเรียนก็จะมีครูคอยให้คำปรึกษา ช่วยสอนในเรื่องที่เราไม่เข้าใจ ดูแลเราจนถึงเวลาเข้านอน

วิธีแบ่งเวลาของบุ๊ค คือ เราต้องแยกแยะว่าเวลาไหนต้องทำอะไร เวลาทำการบ้านก็ต้องทำให้เสร็จ เวลาเรียนก็ต้องตั้งใจเรียน หลังจากนั้นจะได้มีเวลาว่างไปร่วมกิจกรรมต่างๆ ได้ ที่โรงเรียนมีหอพักทั้งแบบห้องรวมและห้องเดี่ยว ห้องรวมจะนอนห้องละ 3-5 คน มีโต๊ะเรียน ตู้เสื้อผ้า โต๊ะวางของ และห้องน้ำแบบรวม ส่วนห้องเดี่ยวจะได้นอนคนเดียว และมีห้องน้ำส่วนตัว ภายในหอมีห้องนั่งเล่นให้ดูโทรทัศน์ เล่นเกม นั่งคุยกับเพื่อน  มีห้องครัวไว้ให้ทำอาหาร

สำหรับบุ๊คชีวิตในโรงเรียนประจำสนุกดีค่ะ เราได้อยู่กับเพื่อนมากขึ้น ได้ทำกิจกรรมเยอะขึ้น ทำให้รู้จักรับผิดชอบตัวเองมากขึ้น เพราะต้องทำอะไรหลายๆ อย่างเอง บุ๊คว่าตอนอยู่ Boarding ไม่ต้องปรับตัวอะไรมาก ถ้าแชร์ห้องกับคนอื่นก็พยายามปรับตัวให้เข้ากับรูมเมทให้ได้ ปฏิบัติตามกฎระเบียบของหอพัก และรับผิดชอบตัวเองให้มากที่สุด ครูที่ Boarding ก็เอาใจใส่ดี ครูจะมาปลุกเราตอนเช้า ส่งเราเข้านอนทุกคืนเลยค่ะ เวลามีเรื่องไม่สบายใจก็สามารถพูดคุยกับครูได้ตลอดเวลา

บุ๊คว่าทุกคนที่มาเรียนที่นี่ ตอนแรกๆ อาจจะรู้สึกไม่มั่นใจ ไม่กล้าพูดภาษาอังกฤษเท่าไหร่ แต่ถ้าเราไม่พูดก็จะไม่มีสังคม ไม่มีเพื่อน เพราะเด็กที่นี่มาวันแรกๆ เขาจะเข้ามาทักเราเลย ถ้าเราไม่พยายามคุยต่อ ครั้งต่อไปเขาก็จะไม่อยากคุยกับเราอีก วิธีปรับตัวของบุ๊คคือ พูดไว้ก่อน จะถูกจะผิดก็ไม่เป็นไร ไม่รู้ศัพท์ก็เปิดดิกชันนารีเอา

การมี Guardian บุ๊คว่าจำเป็นนะคะ เขาทำหน้าที่ผู้ปกครองแทนพ่อแม่ของเรา คอยดูแลเรา มาหาที่โรงเรียนบ้าง ช่วยหาที่พักตอนหอพักปิดหรือช่วงปิดกลางภาคให้ คอยติดต่อแท็กซี่ให้มารับจากสนามบินไปส่งที่โรงเรียนหรือไปบ้านโฮสท์แฟมิลี่

ถ้าใครที่อยากมาเรียนต่างประเทศ ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อน ถามตัวเองให้แน่ใจ เพราะถ้าเลือกที่จะมาแล้วจะกลับไปยาก อย่ากลัวที่จะมา อย่ากลัวที่จะพูดภาษาอังกฤษ ถึงจะพูดไม่ค่อยได้ก็แค่กล้าพูดออกมา จะสามารถพัฒนาได้เร็วกว่าคนที่ไม่พูดเลย พยายามปรับตัวเข้าหาคนอื่นและรับผิดชอบตัวเองให้มากที่สุด เพราะเวลาอยู่ต่างประเทศจะไม่มีพ่อแม่มานั่งตามใจเรา ตัดสินใจให้เรา ทำนู่นทำนี้ให้ ทุกอย่างเราต้องทำด้วยตัวเองค่ะ

พิชญา เตชะกิจเกรียงไกร
เรียนที่ Harrogate Ladies’ College
UK

น้องแบม

น้องแบม พิชญา เตชะกิจเกรียงไกร

การเรียนที่โรงเรียนในอังกฤษถือว่าดีมาก เพราะเป็นการเรียนที่เน้นความเข้าใจโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ส่วนเรื่องของความยากง่ายขึ้นอยู่กับความถนัดในแต่ละด้านของเรา บรรยากาศที่โรงเรียนก็ร่มรื่น มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น มีล็อกเกอร์ส่วนตัวในห้องเรียนเพื่อเก็บหนังสือหรือชุดพละ แล้วยังสามารถใช้คอมพิวเตอร์ในเวลาว่างเพื่อทำการบ้านได้ด้วย ส่วนเวลาทบทวนบทเรียนหรือทำการบ้านจะเป็นช่วงหลังเลิกเรียนในเวลา 17.00-18.30 น. กิจกรรมที่หนูได้เข้าร่วมก็มีฟิตเนส คลับ ทริปไปพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่เมือง Newcastle
และทริปช้อปปิ้งที่เมือง Leeds

การปรับตัวให้เข้ากับสังคมที่โรงเรียน เราต้องกล้าแสดงออกและเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ต้องรู้จักเข้าหาเพื่อนก่อน รวมทั้งแบ่งเวลาในการเรียนและการทำกิจกรรมให้เหมาะสม คุณครูที่โรงเรียนมีการเอาใจใส่เด็กเป็นอย่างดีเลยค่ะ ครูจะคอยช่วยเหลือเวลาเราไม่เข้าใจเนื้อหาของบทเรียน และคอยแก้ปัญหาต่างๆ ให้

หนูเป็นนักเรียนประจำของโรงเรียน ทำให้มีเพื่อนหลากหลายเชื้อชาติ และการอยู่หอก็มีส่วนช่วยให้เราเป็นคนที่มีความรับผิดชอบมากขึ้น ได้ฝึกระเบียบวินัย รู้จักการเคารพกฎของหอ และเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ดียิ่งขึ้น สำหรับเด็กโตจะได้พักห้องเดียวกัน 2-3 คน ซึ่งน้อยกว่าห้องของเด็กเล็ก เพราะเด็กโตต้องการความเป็นส่วนตัวเพื่ออ่านหนังสือช่วงสอบ แบมได้แชร์ห้องกับเพื่อนอีก 2 คน เป็นชาวฮ่องกงกับสเปน ซึ่งอยู่ Year 10 เหมือนกัน

บรรยากาศโดยรวมของ Boarding House ก็ดีค่ะ ภายในประกอบด้วยห้องหลายห้อง เช่น ห้องนั่งเล่น ห้อง Projector ห้องทำการบ้าน ห้องครัว ความปลอดภัยไม่ต้องกังวลเลย เพราะทุกทางเข้าออกของโรงเรียนจะใช้ระบบสแกนบัตร เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักเรียน เวลาไฟไหม้ที่หอก็จะมี Fire Alarm เตือนให้ออกมาจากตึก มีครูวันละ 2 คนคอยผลัดเปลี่ยนกันมาดูแลนักเรียน ให้คำปรึกษา ส่งเราเข้านอนและปลุกทุกวันจันทร์ถึงเสาร์เลยค่ะ

ปกติในวันเสาร์หนูกับเพื่อนๆ จะดูหนัง ทำอาหาร หรือบางทีก็ไปช้อปปิ้งด้วยกัน ในช่วงปิดกลางเทอมหรือช่วงที่ Boarding House ปิดเพื่อทำความสะอาดและจัดแต่งหอ แบมจะต้องไปอยู่กับ Guardian หรือโฮสท์แฟมิลี่ตามเมืองต่างๆ หรือบางทีก็ไปนอนค้างที่บ้านเพื่อนสนิท

สำหรับเคล็ดลับในการเรียนที่อังกฤษให้ประสบความสำเร็จก็ไม่ยากเลยค่ะ ขอเพียงมีความรับผิดชอบ ตั้งใจเรียน แล้วก็อ่านหนังสือก่อนสอบ หนูได้เรียนรู้หลายอย่างจากการใช้ชีวิตที่นี่ ได้รู้จักกับเพื่อนหลากหลายเชื้อชาติ ทำให้ได้เรียนรู้วัฒนธรรมและภาษาต่างๆ  ได้สังคมและประสบการณ์ใหม่ๆ เช่น หนูได้รู้จักกับกีฬาเก่าแก่ที่เรียกว่า Rounders และ Lacross นอกจากนี้ยังได้มุมมองความคิดใหม่ๆ รู้จักการบริหารเวลาและมีความรับผิดชอบสูงขึ้น