LONG TERM OVERSEAS COURSES

United Kingdom

ระบบการเรียนในประเทศอังกฤษ

ข้อมูลเบื้องต้นหลักสูตรภาษาอังกฤษ

ระบบการเรียนภาษาอังกฤษ

ประเทศอังกฤษ (The United Kingdom หรือ England) นับว่าเป็นประเทศต้นกำเนิดของภาษาอังกฤษที่ทั่วโลกให้การยอมรับว่าเป็นภาษาสากล (International Language) โดยแต่ละปีมีนักเรียน และนักศึกษาจำนวนไม่น้อยจากประเทศต่าง ๆ เดินทางไปเรียนที่ประเทศอังกฤษเพื่อฝึกฝนและพัฒนาภาษาอังกฤษของตนเอง

ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้มีสถาบันสอนภาษาเกิดขึ้นมากมายรอบเกาะอังกฤษ เพื่อตอบสนองความต้องการของนักเรียนต่างชาติที่ต้องการไปเรียนภาษา มีหลักสูตรเปิดสอนมากมายขึ้นอยู่กับประโยชน์และการนำไปใช้ได้จริงของแต่ละบุคคล ยกตัวอย่างเช่น หลักสูตรภาษาอังกฤษขั้นพื้นฐาน, หลักสูตรภาษาอังกฤษแบบเร่งรัด, หลักสูตรการปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษเพื่อเข้ามหาวิทยาลัย, หลักสูตรการเตรียมการสอบ, หลักสูตรภาษาอังกฤษเพื่อใช้ในธุรกิจ ตลอดจนหลักสูตรสำหรับ Young Learners และหลักสูตรระยะสั้นช่วงปิดเทอม ทั้งแบบเดี่ยว และแบบกลุ่ม


องค์กรที่ให้การรับรองคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา

จากการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของสถาบันสอนภาษาตามที่กล่าวไว้แล้วข้างต้น ทำให้องค์กรและหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามามีบทบาทในการประเมินและรับรองคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระบบการเรียน การสอน รวมไปถึงการให้การช่วยเหลือนักเรียนของแต่ละสถาบัน ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจว่านักเรียนจะได้รับประโยชน์สูงสุดเมื่อเดินทางไปเรียนยังสถาบันที่ได้รับการรับรองเหล่านั้น

โดยทุกสถาบันที่ CETA ติดต่อและประสานงานด้วยนั้น จะต้องได้รับการรับรองจาก British Council และเป็นสมาชิกจากองค์กรต่าง ๆ อาทิเช่น English UK เป็นต้น

British Council

British Council เป็นองค์กรส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการศึกษาและศิลปวัฒนธรรมจากสหราชอาณาจักร


English UK

English UK เป็นองค์กรที่ควบคุมมาตรฐาน และให้การรับรองสถาบันสอนภาษาที่ประเทศอังกฤษ ด้วยสัญลักษณ์ดังกล่าวนี้ถือเป็นเครื่องหมายการรับรองถึงความน่าเชื่อถือของสถาบันการศึกษานั้น ทั้งนี้การที่จะสามารถเป็นสมาชิกและส่วนหนึ่งของ English UK ได้นั้น ทางสถาบันการศึกษาจะต้องได้รับการตรวจสอบและประเมินประสิทธิภาพในทุกๆ ปี


หลักสูตรภาษาอังกฤษ (ที่ได้รับการรับรองและเป็นที่นิยมสำหรับนักเรียนต่างชาติ)
  • หลักสูตรภาษาอังกฤษขั้นพื้นฐานและแบบเร่งรัด (General and Intensive English Course) เป็นหลักสูตรขั้นพื้นฐานในการเรียนภาษาอังกฤษ โดยหลักสูตรนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาทักษะขั้นพื้นฐานในทุกๆ ด้าน คือ ทักษะการฟัง พูด อ่าน และเขียน เพื่อเป็นการเตรียมตัวก่อนจะเรียนภาษาอังกฤษในขั้นที่สูงขึ้นไป
  • หลักสูตรการปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษเพื่อเข้ามหาวิทยาลัย (University Foundation Course) เป็นหลักสูตรที่จะช่วยนักเรียนต่างชาติในการปรับตัวก่อนการเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยจริง โดยหลักสูตรนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยพัฒนาทักษะพื้นฐานทั้ง 4 ของนักเรียนแล้ว แต่หลักสูตรนี้จะเป็นการสอนเพื่อพัฒนาศักยภาพทางแนวความคิดในเชิงวิเคราะห์ (Analysis/ Critical Thinking), การนำเสนอรายงาน (Presentation), เทคนิคการจดบันทึกเนื้อหาหรือคำบรรยาย (Note Taking) ซึ่งทักษะต่างๆ เหล่านี้ล้วนแต่มีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งในการเรียนระดับมหาวิทยาลัย
  • หลักสูตรการสอนแบบตัวต่อตัว (One-to-One Course) หลักสูตรนี้ค่อนข้างเป็นที่นิยมสำหรับนักเรียนที่ต้องการพัฒนาทักษะในเชิงการสื่อสาร เนื่องด้วยหลักสูตรนี้จะเน้นการสร้างปฏิสัมพันธ์ (Interactive) ซึ่งจะมีการตอบโต้กันระหว่างอาจารย์และนักเรียนอยู่ตลอดเวลา
  • หลักสูตรการเตรียมการสอบ (Exam Preparation – Cambridge ESOL, IELTS and TOEFL) การเตรียมตัวเพื่อการสอบ นับว่าเป็นอีกหลักสูตรที่หลายๆ คนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากคะแนนที่ได้รับจะเป็นตัวบ่งชี้ถึงระดับภาษาอังกฤษของบุคคลนั้นๆ นอกจากนี้ คะแนนจากการสอบยังสามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานเพื่อประกอบการสมัครเข้ามหาวิทยาลัยได้ในหลายประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นประเทศอังกฤษ อเมริกา ออสเตรเลีย หรือประเทศไทย เป็นต้น
  • หลักสูตรภาษาอังกฤษเพื่อใช้ในธุรกิจ (Business English) เป็นหลักสูตรนี้จะมุ่งเน้นการพัฒนาเชิงอาชีพ เพื่อการติดต่อสื่อสารและประสานงาน ซึ่งทักษะดังกล่าวนี้จะรวมไปถึง ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษในการติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์, การร่วมประชุมและสัมมนา, การพัฒนาความคิดเชิงวิเคราะห์รวมไปถึงแนวทางการแก้ปัญหา และการเจรจาต่อรองทางการค้า ดังนั้นหลักสูตรประเภทนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการจะพัฒนาภาษาอังกฤษเชิงปฏิบัติ นั่นก็คือสามารถนำไปใช้ได้จริงในที่ทำงาน และในชีวิตประจำวัน
  • หลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับเด็กและเยาวชน (Young Learner) เป็นหลักสูตรที่เหมาะสำหรับเด็กช่วงอายุประมาณ 8 – 17 ปีที่ต้องการจะเดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศ ซึ่งจะสามารถเป็นได้ในรูปแบบเดี่ยวและแบบกลุ่ม หรือไม่ว่าจะเป็นแบบระยะสั้นหรือระยะยาวตามความเหมาะสม โดยหลักสูตรนี้จะเป็นการช่วยสนับสนุนและเปิดโอกาสให้น้องๆ กล้าที่จะแสดงออกทั้งด้านความคิดและพฤติกรรม อีกทั้งยังเป็นการฝึกให้รู้จักปรับตัวและยอมรับความแตกต่างของผู้อื่นด้วย

ข้อมูลเบื้องต้นหลักสูตรมัธยมศึกษา

ระบบการศึกษาระดับประถม – มัธยมของประเทศอังกฤษ

ระบบการศึกษาของสหราชอาณาจักรจะแบ่งเป็น 4 ระดับ ได้แก่

education system - secondary school UK

Primary School – ระดับประถมศึกษา (Year 1 – Year 6) อายุ 5 – 11 ปี
สอนให้เด็กมีทักษะการเขียนและทักษะด้านตัวเลข การศึกษาในระดับนี้เน้นเตรียมตัวเข้าสอบ Common Entrance Examination (CEE) เพื่อศึกษาต่อมัธยมศึกษาต่อไป

Secondary School – ระดับมัธยมศึกษา (Year 7 – Year 11) อายุ 11 – 16 ปี
การขึ้นชั้นเรียนในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา เป็นการขึ้นชั้นเรียนได้โดยอัตโนมัติไม่มีสอบตก จนถึงอายุ 16 ปี โดยการศึกษาภาคบังคับของสหราชอาณาจักรจะสิ้นสุดที่ Year 11 และมีกำหนดให้นักเรียนสอบ GCSE เพื่อวัดระดับความรู้ความสามารถ

  • GCSE (General Certificate of Secondary Education)
    เป็นวุฒิการศึกษาที่รับรองว่านักเรียนได้สอบผ่านวิชาที่กำหนด การสอบนี้จะมีขึ้นก่อนสิ้นสุดการศึกษาภาคบังคับ (Year 11) โดยนักเรียนจะต้องเลือกสอบประมาณ 8 – 12 วิชา โดยผลการสอบจะแบ่งเป็น 7 ระดับ คือ เกรด A, B, C, D, E, F, G ผู้ที่สอบได้เกรด C ขึ้นไปจึงจะถือว่าสอบผ่าน และนักเรียนที่สอบ GCSE ได้แล้ว (อย่างน้อย 5 วิชา) หากต้องการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา จะต้องศึกษาต่อตามระบบอีก 2 ปี ในระบบ A-Level หรือ International Baccalaureate (IB)

Further Education – ระดับอาชีวศึกษา อายุ 16 ปีขึ้นไป
นักเรียนที่จบการศึกษาภาคบังคับแล้ว สามารถเลือกเรียนตามระบบในระดับ Sixth Form หรือเลือกศึกษาต่อในหลักสูตรสาขาวิชาชีพก็ได้ แต่สำหรับนักเรียนที่จะเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาจะต้องเลือกศึกษาตามระบบ โดยสามารถเลือกเรียนได้สองหลักสูตร คือ A-Level และ International Baccalaureate (IB)

  • A-Level เป็นวุฒิการศึกษาที่วัดความรู้ความสามารถทางวิชาการของนักเรียนที่มีอายุระหว่าง 16 – 18 ปี หลักสูตร A-Level เป็นหลักสูตรสองปี (Year 12 และ Year 13) โดยส่วนใหญ่นักเรียนจะเลือกเรียนประมาณ 3 – 4 วิชาที่มีความสัมพันธ์กัน เช่น วิชาทางด้านวิทยาศาสตร์ หรือทางด้านภาษา ผลการสอบ A-Level มี 6 ระดับ คือ A*, A, B, C, D, E มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะพิจารณารับผู้เรียนที่มีผลการสอบในระดับ C ขึ้นไป และบางแห่งอาจรับเฉพาะผู้ที่ได้คะแนนระดับ A*, A และ B เท่านั้น
  • International Baccalaureate (IB) เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมให้นักเรียนได้เข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย เป็นหลักสูตรที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในกว่า 143 ประเทศทั่วโลก ตัวหลักสูตรแบ่งออกเป็น 3 ระดับตามกลุ่มอายุของผู้เรียน คือ หลักสูตรการศึกษาระดับต้น ระดับกลาง และระดับประกาศนียบัตร สำหรับนักเรียนอายุระหว่าง 16 – 19 ปี จะเรียนในระดับประกาศนียบัตร ซึ่งเป็นหลักสูตร 2 ปี โดยนักเรียนจะต้องเลือกเรียนวิชาต่าง ๆ จาก 6 กลุ่มวิชาหลัก ได้แก่ Language and Literature, Second Language, Individuals and Societies, Experimental Sciences, Mathematics และ Arts and Electives นอกจากวิชาเรียนทั้ง 6 กลุ่มสาระดังกล่าวแล้ว นักเรียนยังจะต้องผ่านการทำกิจกรรมนอกหลักสูตรอีก 3 กิจกรรม คือ Extended Essay (เขียนบทความไม่ต่ำกว่า 4,000 คำ), Theory of Knowledge (เข้าคอร์สเรียนไม่ต่ำกว่า 100 ชั่วโมง และเขียนบทความไม่ต่ำกว่า 1,200 – 1,600 คำ) และ Creativity/Action/Service (ทำกิจกรรมที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ เล่นกีฬา และทำกิจกรรมเพื่อสังคม)

Higher Education – ระดับอุดมศึกษา อายุ 18 ปีขึ้นไป

หลังจากได้รับวุฒิ A-Level หรือเทียบเท่า นักเรียนก็จะสามารถเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาต่อได้ โดยสมัครผ่าน UCAS (www.ucas.com)


ประเภทของโรงเรียน

โรงเรียนที่สหราชอาณาจักรจะมีการแบ่งโรงเรียนเป็น 2 ประเภทหลักๆคือ โรงเรียนรัฐบาลซึ่งชาวอังกฤษจะได้รับสิทธิ์เรียนฟรี และโรงเรียนเอกชน สำหรับนักเรียนต่างชาติที่ต้องการเข้าเรียนต่อในระดับมัธยมศึกษาที่สหราชอาณาจักร จะสามารถเข้าเรียนได้เฉพาะโรงเรียนเอกชนเท่านั้น

นอกจากนี้ โรงเรียนที่สหราชอาณาจักรยังแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ โรงเรียนแบบประจำ (Boarding School) และโรงเรียนแบบไป-กลับ (Day School) ซึ่งโรงเรียนเหล่านี้มีทั้งโรงเรียนหญิงล้วน ชายล้วน และสหศึกษา


ปีการศึกษา

โรงเรียนที่สหราชอาณาจักรนั้นจะแบ่งภาคการศึกษาเป็น 3 เทอมต่อหนึ่งปีการศึกษา โดยเริ่มตั้งแต่เดือนกันยายนของทุกปี คือ

  • ภาคต้น หรือ Autumn Term: ต้นเดือนกันยายน – กลางเดือนธันวาคม
  • ภาคกลาง หรือ Spring Term: ต้นเดือนมกราคม – ปลายเดือนมีนาคม
  • ภาคปลาย หรือ Summer Term: กลางเดือนเมษายน – ต้นเดือนกรกฎาคม