เยี่ยมชมโรงเรียนอย่างชาญฉลาด


Joe Smith, Head Master of The Oratory School

การเลือกโรงเรียนมัธยมที่เหมาะสมกับบุตรหลานนั้นมีความสำคัญมาก เพราะถือเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ เพื่ออนาคตในวันข้างหน้าของเขา

บทความข้างล่างนี้ จะเป็นเรื่องหลักๆ ที่ผู้ปกครองควรคำนึงถึง เมื่อต้องไปเยี่ยมชมโรงเรียนสำหรับการศึกษาต่อของบุตรหลาน

เตรียมคำถามไว้ให้ดี 

การเลือกโรงเรียนก็เหมือนการเลือกซื้อบ้านต้องมีการลงไปสำรวจ สิ่งสำคัญลำดับถัดมาคือการตั้งคำถาม ไม่ว่าจะเป็นคำถามที่อยากรู้เพิ่มเติมหรือสิ่งที่กังวลใจเป็นพิเศษ ถ้ามีหอพัก

แผนก หรือสถานที่ไหนในโรงเรียนที่คุณสนใจ ควรร้องขอเข้าไปดูเลย รวมถึงการพูดคุยซักถามกับเจ้าหน้าที่ก็เช่นกัน พยายามทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ ตามความสมควร

อย่าปล่อยให้คำถามของคุณต้องไร้คำตอบอีกต่อไป

สิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน (อย่าให้ความสวยงามมาบังตา)
สวมบทเป็นผู้ตรวจสอบ แล้วย้อนถามตัวเองว่า “ถึงจะน่าประทับใจก็จริง แต่ห้องเรียนดนตรีที่สุดทันสมัย, สตูดิโอวาดภาพที่เพียบพร้อม หรือสนามกีฬาขนาดใหญ่นั้น จะมีประโยชน์ต่อลูกฉันอย่างไร?” แม้ว่าความครบครันของสิ่งอำนวยความสะดวกจะสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญไปกว่านั้น คือการดูแลเอาใจใส่ของครูอาจารย์ พร้อมจะผลักดันและสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กนักเรียนได้หรือไม่ความสำเร็จสามารถเกิดได้ในทุกๆ สภาพแวดล้อมถึงแม้สภาพแวดล้อมนั้นจะไม่ได้สวยงามดั่งใจนึก เราควรมองให้ลึกว่า ภายใต้ความสวยงามของสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านั้น

มีการจัดการใช้ของเหล่านี้ให้ได้ผลลัพธ์สูงสุดอย่างไรบ้าง ลองกวาดสายตาดูผลงานต่างๆของนักเรียน, บอร์ดตารางกิจกรรมกีฬา และกิจกรรมนอกชั้นเรียน ว่าได้รับการสนันสนุนจากโรงเรียนมากน้อยเพียงใดมีการส่งเสริมอย่างจริงจังหรือไม่ แล้วถามกับตัวเองว่า เมื่อมองแล้วคุณรู้สึกอย่างไร น่าสนใจไหม? น่าสนุกหรือเปล่า? คุณอาจได้คำตอบอีกมากมายจากการสังเกตุ

แม้คุณจะไม่ได้พูดมันออกมา การที่โรงเรียนนั้นให้ความสำคัญกับการพัฒนาสิ่งต่างๆ เหล่านี้ และได้ใช้ประโยชน์จากมันให้สูงสุดได้ ทำให้เราเห็นถึงแผนการในอนาคตของโรงเรียนอีกด้วย

ชมผลศิลปะของโรงเรียน แม้ว่าลูกของคุณจะไม่ใช่เด็ก “สายอาร์ต” ก็ตาม
          งานศิลปะสะท้อนถึงลักษณะพื้นฐานร่วมกันของเด็กในโรงเรียนนั้นๆ ได้ ลองดูสิว่าลักษณะที่ว่านี้ดูมีชีวิตชีวาและน่าตื่นเต้นหรือไม่ มีวิธีการนำเสนอและการใช้สื่อที่หลากหลายหรือเปล่า

นักเรียนที่นี่ผลิตงานศิลปะดีๆ ออกมาอย่างไรบ้าง แล้วบรรยากาศของแผนกศิลปะล่ะเป็นอย่างไร

คุยกับนักเรียนคนอื่นๆ ระหว่างทัวร์โรงเรียน เดินรอบโรงเรียน และหอพัก
การเลือกซื้อบ้านนั้น เพื่อนบ้านก็คือสิ่งสำคัญ เพราะเราจะต้องอยู่ร่วมกันไปตลอด เช่นเดียวกับเพื่อนๆ ในโรงเรียนของลูกเรา ลองพูดคุยกับเด็กๆ ในโรงเรียนว่าพวกเขาชอบอะไร ไม่ชอบอะไรสังเกตดูว่าเด็กๆ เหล่านี้มีความกล้าแสดงออก สดใสร่าเริง เป็นมิตร และมีความสุขมากแค่ไหน หรือว่าหน้าตาบึ้งตึง ดูเฉื่อยชา หรือเบื่อหน่ายกับโรงเรียนหรือเปล่า พวกเขาทักทายคุณไหมเมื่อคุณเดินผ่าน

คุยกับครู
ครูคือแม่พิมพ์ คนเหล่านี้จะสอนลูกของคุณ ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่านี้อีกแล้ว คุณครูที่นี่ดูมุ่งมั่นทุ่มเทแค่ไหน มีใจรักในการสอนหรือไม่ กระตือรือร้นที่จะเล่าให้คุณฟังถึงความสำเร็จของนักเรียนของเขาและความภาคภูมิใจในวิชาชีพคุณครูไหม พวกเขาจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับลูกของคุณด้วยความเชี่ยวชาญในวิชาที่สอนใช่ไหม? พร้อมที่จะส่งเสริมเด็กในทุกๆ ด้านไหม?

คุยกับเจ้าหน้าที่หอพัก
ควรใช้เวลาในการพูดคุย และทำความรู้จักกับครูหัวหน้าหอพักดูว่าเขาน่าจะมีความสามารถ มีทักษะที่ดีในการดูแลเด็กหรือไม่ ได้ให้เวลาพร้อมกับพยายามทำความเข้าใจความรู้สึกของเด็ก

โน้มน้าว ให้กำลังใจ ตักเตือน ชื่นชมอย่างมีเหตุผล และยืนหยัดเพื่อลูกของคุณหรือเปล่า สอบถามนักเรียนในหอพักว่าได้เจอเจ้าหน้าที่บ่อยแค่ไหน หรือส่วนใหญ่จะเจอนักเรียนหัวหน้าหอพักมากกว่า และลูกของคุณสามารถมาค้างคืนเพื่อทดลองใช้ชีวิตเด็กหอดูก่อนได้ไหม

ฟังอย่างตั้งใจ และคุยกับครูใหญ่
แน่นอนว่าผู้นำของโรงเรียนมีความสำคัญอย่างมากต่อความสำเร็จและทิศทางของโรงเรียน เมื่อเรามีผู้นำที่ดี เขาจะสามารถชี้นำให้เราไปสู่ความสำเร็จอย่างแท้จริงได้

ทำตัวเหมือนครูที่ดี คือ ช่างสังเกต 
           เหตุการณ์ต่างๆ นั้นล้วนเกิดขึ้นได้ แม้แต่เพียงเสี้ยววินาที ฉะนั้นคุณจึงต้องรู้จักหัดสังเกต นักเรียนมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างไร ถ้าเป็นโรงเรียนสหศึกษา เด็กผู้ชายกับเด็กผู้หญิงมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างไรระหว่างที่เดินไปรอบๆ ลองมองเข้าไปในห้องเรียนดูบ้าง เจ้าหน้าที่กับนักเรียนแสดงออกต่อกันอย่างไร เจ้าหน้าที่บางคนอาจดูมีไมตรีกับนักเรียนแบบเกินจริงระหว่างการพาชมโรงเรียน

ลองสังเกตปฏิกิริยาของนักเรียนดูว่า นั่นเป็นการแสดงออกจริงๆ แบบปกติหรือเปล่า

ถามเรื่องผลการประเมินโรงเรียน และดูข้อมูลบนเว็บไซต์
อย่าปล่อยผ่าน! ถ้าโรงเรียนไม่ได้ยื่นผลคะแนนของนักเรียนสำหรับการจัดอันดับ ไม่ว่าจะอย่างไรคุณก็ควรขอดูผลการประเมินเหล่านี้ รวมไปถึงสถิติการวัดมูลค่าเพิ่มอื่นๆ ด้วย

เช่น ALIS (การวัดศักยภาพของโรงเรียนที่มีมูลค่าเพิ่ม ขึ้นอยู่กับผล A level) และ MIDYIS (ขึ้นอยู่กับผล GCSE) เพื่อให้คุณได้ประเมินคุณภาพโรงเรียนว่าอยู่ในการควบคุมดูแลอยู่ตลอด

ความสำเร็จของนักเรียนในโรงเรียน
ควรจะมีนักเรียนภายในโรงเรียนที่สามารถเข้าไปศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก และมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงเฉพาะด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ด้านศิลปะ หรือด้านในก็ตามที่น่าสนใจ

อ่านรายงานการตรวจสอบ จากในเว็บไซต์ของโรงเรียน หรือจาก ISI/Ofsted
อย่าคาดหวังความสมบูรณ์แบบ ในการประเมินของ ISI เพียงอย่างเดียว แต่ควรเก็บไว้เป็นส่วนเสริมในการตัดสินใจ ระดับในการประเมินมีระดับ “Good” ซึ่งแปลว่า “ดี”

แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะคว้าอันดับนี้มาครอง ส่วน Excellent ก็หมายถึง “ดีเลิศ” แต่ถ้าได้ “พอใช้” หรือ “ไม่น่าพอใจ” ก็น่าจะต้องตั้งคำถามถึงมาตรฐานของโรงเรียนนั้นๆ เช่นกัน

การเดินทางไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุด แต่ก็ไม่ควรมองข้าม 
        ที่ตั้งโรงเรียนใกล้ไกล และการเลือกทำเลนั้นขึ้นอยู่กับความคิดและการรับรู้ของบุคคล ว่าคุณจะมองมันในแง่ใด ถ้าคุณมองว่าการเดินทางนั้นคือการเรียนรู้ ก็อาจจะทำให้ตัวเลือกของคุณนั้นกว้างขึ้นความสะดวกในการเดินทางก็เป็นเรื่องที่ควรคำนึงถึง แต่ไม่ใช่คำตอบของทุกๆ อย่าง

ทำตามเสียง “หัวใจ” และไตร่ตรองมันให้ดี
ลองถามใจตัวคุณเอง ว่ารู้สึกสบายใจกับโรงเรียนแห่งนี้ไหม ผู้ปกครองคนอื่นๆ ดูมีจุดมุ่งหมายเดียวกันกับคุณหรือไม่ คุณอาจจะต้องใช้เวลาที่โรงเรียนนานสักหน่อยและควรจะต้องรู้สึกผ่อนคลาย บางครั้งคุณอาจจะรู้ได้ภายในแค่ 5 นาทีแรกเลยว่า นี่ไม่ใช่โรงเรียนที่เหมาะกับลูกของคุณ หรือถ้ารู้สึกว่าใช่ ก็อย่าลืมลองกลับไปพิจารณาประเด็นหลักทั้งหมดข้างต้นดู

photo_42020_1422928219