10 สิ่งที่อาจนึกไม่ถึงเมื่อตัดสินใจไปต่างประเทศ!

หลายๆคนคงกำลังวางแผนหรือกำลังเตรียมตัวไปศึกษาต่อต่างประเทศกันอยู่ใช่ไหมคะ แน่นอนว่ามีอะไรหลายๆอย่างที่ต้องเตรียมตัวกันก่อนไป ไม่ว่าจะไปประเทศอังกฤษ ออสเตรเลีย หรือ อเมริกา แต่ละประเทศมีอะไรแตกต่างกัน และแน่นอนว่าคงไม่เหมือนการใช้ชีวิตในประเทศไทยค่ะ วันนี้ทาง CETA มี 10 สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปใช้ชีวิตในต่างประเทศมาให้อ่านกันค่ะ

  1. สำเนียง! ด้วยความที่คนไทยส่วนมากคุ้นกับสำเนียงอเมริกันมาแต่เด็กจากสิ่งรอบตัว เช่น อาจารย์สอนภาษา หนัง และ เพลงสากล หลายๆคนอาจยังไม่รู้ว่าประเทศอื่นๆก็มีสำเนียงเฉพาะของตัวเองนะคะ โดยเฉพาะในสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนเหนือมีสำเนียงที่แตกต่างกันมากกว่า 500 สำเนียงเลยทีเดียว ข้อแตกต่างของสำเนียงอังกฤษกับสำเนียงอเมริกันคือจะไม่มีการออกเสียง R เช่นเดียวกับในประเทศออสเตรเลีย ฉะนั้นคำบางคำอาจฟังดูแห้งไปบ้าง วันแรกๆของการใช้ชีวิตในประเทศเหล่านี้น้องๆอาจต้องปรับตัวกับสำเนียงบ้างนะคะ อาจเจอคำบางคำที่คาดไม่ถึงบ้างเช่นในประเทศออสเตรเลีย อาจออกเสียงคำว่า Ten เหมือนคำว่า Teen, ออกเสียงคำว่า Day เหมือนคำว่า Dye และสำเนียงอเมริกันออกเสียง Fast ที่แปลว่าเร็ว เป็น แฟสต์ แต่สำเนียงอังกฤษและออสเตรเลียจะเป็นฟาสต์ แต่ก็ไม่ต้องตกใจนะคะ การปรับตัวจะช่วยน้องๆได้แน่นอน ก่อนไปใช้ชีวิตในต่างประเทศน้องๆสามารถลองฝึกการฟังจากวีดีโอต่างๆบน Youtube ได้นะคะ เพราะว่าสำเนียงอังกฤษและออสเตรเลียค่อนข้างหาฟังยากในหนังและเพลง

  •

  1. วัฒนธรรมที่แตกต่าง: วัฒนธรรมของคนในประเทศนั้นๆต่างกับเรานะคะ ทั้งในประเทศอเมริกา อังกฤษ และ ออสเตรเลีย เป็นประเทศที่นิยมแสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมา โดยเฉพาะการแสดงออกในห้องเรียน ถ้าน้องๆได้มีโอกาสไปศึกษาต่อต่างประเทศจะเห็นว่าคนเหล่านี้มักจะยกมือถาม หรือ แสดงความคิดเห็น ต่อหลักสูตรในห้องเรียนอยู่ตลอดเวลาฉะนั้นน้องๆก็ไม่ต้องกลัวที่จะยกมือถามหรือแสดงความเห็นนะคะ ไม่ต้องกลัวที่จะผิด แม้กระทั่งการตรงต่อเวลาก็เป็นสิ่งที่สำคัญมากในประเทศเหล่านี้นะคะ การตรงต่อเวลาการตั้งใจฟังในห้องเรียนถือเป็นการเคารพต่ออาจารย์และกับเพื่อนๆในห้องเรียนอีกด้วย

  

  1. เรียนรู้ประโยคสำคัญเบื้องต้น: แน่นอนว่าสัปดาห์แรกๆของการใช้ชีวิตในต่างประเทศอาจมีปัญหาในการสื่อสารกับผู้คนท้องถิ่นบ้าง ฉะนั้นการศึกษาประโยคสำคัญๆต่างๆในการใช้ชีวิตประจำวันเป็นสิ่งที่สำคัญมากนะคะ มาดูกันดีกว่าว่ามีประโยคอะไรที่พี่ๆอยากจะแนะนำในสถานการณ์ต่างๆบ้าง
  • How do I get to ____ street? (จะไปถนน___อย่างไรคะ/ครับ)
  • How do I get to George street (จะไปถนนจอร์จอย่างไรคะ/ครับ)
  • How much is this? (อันนี้ราคาเท่าไหร่คะ/ครับ)
  • Can I please get one____? (ขอสั่ง____หนึ่งที่ค่ะ/ครับ)
  • Can I please get one dish of Pork Basil (ขอสั่งกระเพราหมูหนึ่งที่ค่ะ/ครับ)
  • Can I please go to the restroom (ขออนุญาตไปเข้าห้องน้ำค่ะ/ครับ)

  •

  1. หาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยว: ในเวลาพักผ่อนน้องๆคงอยากหาสถานที่เที่ยวของประเทศนั้นๆ แต่อย่าลืมหาข้อมูลก่อนนะคะว่าจะมีสถานที่อะไรที่น่าสนใจบ้าง ศึกษาการเดินทางว่าต้องเดินทางไปสถานที่แห่งนั้นได้อย่างไร เริ่มต้นได้ง่ายๆด้วยการค้นหาข้อมูลบน Internet ว่าสถานที่ใดที่นักท่องเที่ยวชอบไปกัน เมื่อเจอแล้วแน่นอนว่าจะต้องหาข้อมูลการเดินทางไปยังสถานที่นั้นๆ ประเทศอเมริกา อังกฤษ และ ออสเตรเลีย หรือประเทศใหญ่ๆต่างๆ มีระบบการเดินทางที่ค่อนข้างง่าย พร้อมแผนที่การเดินสายของทั้งรถประจำทางและรถไฟที่เข้าใจได้ง่ายตามสถานีต่างๆ หรือหากสถานที่ที่ต้องการไปนั้นอยู่ในระยะทางที่สามารถเดินได้ Map ที่อยู่บนสมาร์ทโฟนก็สามารถนำทางไปได้โดยไม่ทำให้หลงอย่างแน่นอนค่ะ

  •

  1. อย่าไปกลัวที่จะเอ่ยปากทักทาย: หนึ่งในเป้าหมายของการไปใช้ชีวิตในต่างประเทศคือการฝึกภาษา ฉะนั้นอย่าไปกลัวที่จะเอ่ยปากทักทาย ผู้คนในประเทศเหล่านี้อัธยาศัยดี ยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหนก็จะสามารถชวนคุยได้ตลอดเวลา ไหนๆไปต่างประเทศทั้งที่เก็บประสบการณ์และความทรงจำดีๆไว้ แล้วเอ่ยปากว่า Hi, how’s your day been?

  •

  1. Yes, Please & No, Thank you: จากการบอกต่อจากประสบการณ์ของน้องๆหลายๆคน ซึ่งแทบจะเรียกว่าเจอกันทุกคนเลยก็ว่าได้ คือคำว่า Yes, Please และ No, Thank you อยากให้น้องๆท่องไว้ในใจเลยนะคะว่าไม่ควรพูดแค่ Yes หรือ No ตามที่อาจเข้าใจกัน เพราะคนต่างชาติอาจเห็นการพูดจาห้วนๆสั้นๆว่าไม่สุภาพ!

  •

  1. เก็บมาม่าเอาไว้ที่บ้านเถอะ: เห็นน้องๆหลายๆคนพกมาม่าไปด้วยเนื่องจากกลัวว่าอาหารจะแพง ซึ่งในความจริงแล้วก็ไม่ได้แพงอย่างที่คิดนะคะ พี่ๆเชื่อว่าพอได้ไปเยี่ยมเยียนประเทศเหล่านี้ แน่นอนว่าน้องๆคงลืมมาม่าในกระเป๋าและออกไปรับประทานอาหารพื้นเมืองอร่อยๆนอกบ้านกับเพื่อนๆกัน ใครจะปฏิเสธ Fish and Chips ในประเทศอังกฤษได้ลงคอกันล่ะคะ เก็บที่ว่างให้กระเป๋าไว้ใส่ของฝากให้ครอบครัวและเพื่อนๆที่รออยู่ที่บ้านดีกว่าค่ะ

    •

  1. ของใช้ส่วนตัว! หากไปอยู่เป็นระยะเวลาสั้นๆน้องๆก็สามารถนำของใช้ส่วนตัวจากที่บ้านไปใช้ได้เลยนะคะ เช่น ของใช้ในห้องน้ำ เครื่องสำอางหรือครีมต่างๆ เพราะว่าในประเทศเหล่านี้มีของใช้ที่แตกต่างจากบ้านเรา น้องๆอาจจะต้องเสียเงินไปกับแบรนด์มากกว่าหนึ่งแบรนด์กว่าจะเจอของที่ถูกใจ แต่ก็ไม่แน่นะคะ เราอาจไปเจออะไรใหม่ๆที่ถูกใจกว่าสิ่งที่ใช้อยู่ประจำก็เป็นได้ สินค้าบางอย่างที่ผลิตขึ้นในประเทศนั้นๆบางครั้งมีคุณสมบัติที่ดีกว่าชื่อใช้ส่วนผสมที่ดีกว่าของในประเทศ น้องๆอาจจะเจอ แชมพู หรือของใช้ต่างๆ ในประเทศนั้นที่ถูกใจก็ได้นะคะ อีกสิ่งนึงที่จำเป็นมากๆคือเอกสารต่างๆโดยเฉพาะวีซ่าและพาสปอร์ต เอกสารสำคัญเหล่านี้เป็นสิ่งที่ห้ามลืมนะคะ ในส่วนของพาสปอร์ต น้องๆหลายคนอาจสงสัยว่าจำเป็นต้องพกติดตัวไปตลอดเวลาหรือไม่ ไม่จำเป็นนะคะ บางประเทศน้องๆสามารถทำ โฟโต้ ไอดี ซึ่งเปรียบเสมือนบัตรประจำตัวประชาชนชั่วคราวในประเทศ เพื่อแสดงตัวตนแทนพาสปอร์ตได้ คราวนี้เราก็ไม่ต้องพกพาสปอร์ตให้หนักกระเป๋าแล้วค่ะ

 

  1. เดินทางตามรอยความฝันของน้องๆ: การไปศึกษาต่อในต่างประเทศไม่ได้เป็นเพียงการพัฒนาทักษะด้านภาษานะคะ ไม่ว่าความฝันของน้องๆจะเป็นอะไร สายอาชีพที่ต้องการจะเป็นด้านใด ควรศึกษาให้ดีก่อนไปต่างประเทศนะคะ หากน้องๆสนใจด้านการตลาด ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยให้ดีๆก่อนเพราะบางคณะไม่ได้มีแค่สาขาเดียว การตลาดอาจแบ่งแยกออกไปเป็นหลายสาขาอีกเช่น การตลาด โฆษณา ประชาสัมพันธ์ และ การตลาดสื่อดิจิทัล ฉะนั้นศึกษาให้ดีๆก่อนที่จะตกลงใจเรียนสาขานั้นๆ หรือปรึกษาคนที่เรียนจบไปแล้วหรือผู้ที่มีประสบการณ์ตรงในด้านนี้ พี่ๆมั่นใจว่าน้องๆจะค้นพบสิ่งที่ตัวเองรักมากยิ่งขึ้นแน่นอน เพราะหลักสูตรต่างๆที่โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยดังๆมีให้ล้วนนำมาจากประสบการณ์ในสาขานั้นๆ ตัวอย่างหลายๆตัวอย่างที่นำมาประกอบการเรียนนั้นมาจากตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงๆ น้องๆจะได้เรียนรู้ถึงวิธีการแก้ปัญหาของคนที่ผ่านจุดนั้นมาแล้วอย่างแน่นอนค่ะ

 

  1. เมื่อพร้อมแล้วก็จองตั๋วเครื่องบินแล้วลุยเลย!